ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีการสร้างเรติคิวโลไซต์กับภาวะพร่องเอนไซม์ G-6- PD ในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลสระบุรี

ผู้แต่ง

  • janshine kraisin -

บทคัดย่อ

ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD เป็นความผิดทางพันธุกรรมของเอนไซม์ในเม็ดเลือดแดงที่มีอุบัติการณ์สูงมากและพบได้บ่อยในประเทศไทย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด ในรายที่รุนแรงอาจส่งผลให้เกิดความพิการทางสมอง และเกิดโลหิตจางจากการแตกของเม็ดเลือดแดงแบบเฉียบพลันได้ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีการสร้างเรติคิวโลไซต์กับภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD และสำรวจหาภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ในทารกแรกเกิด ในโรงพยาบาลสระบุรี โดยทำการตรวจเอนไซม์ G-6-PD ด้วยเครื่องตรวจคัดกรองภาวะ G-6-PD Deficiency : careSTART G6PD Biosensor Analyzer จากตัวอย่างเลือดของทารกแรกเกิดที่ส่งตรวจที่งานโลหิตวิทยาฯ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ฯ โรงพยาบาลสระบุรี จำนวน 295 ราย พบว่าดัชนีการสร้างเรติคิวโลไซต์ (RPI) ระหว่างกลุ่มภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD และกลุ่ม G-6-PD ปกติ (G-6-PD Normal) ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ P < 0.05 และได้ทำการศึกษาของผลการตรวจ Hb, Hct.พบว่ามีค่าที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ P < 0.05 และตรวจพบภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ร้อยละ 15.25  เป็นทารกเพศชาย ร้อยละ 77.78  และเพศหญิง ร้อยละ 22.22  และกลุ่มที่เอนไซม์ G-6-PD ปกติ ร้อยละ 84.75  เป็นทารกเพศชาย ร้อยละ 52.40  และเพศหญิงร้อยละ 47.60 และนำข้อมูลของ 2 กลุ่มมาวิเคราะห์ค่า Hb, Hct. และ RPI เป็นค่า Mean, SD, Min-Max และพบว่าค่า RPI ในกลุ่มภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD มีค่า > 3% เป็นภาวะโลหิตจางที่มีการสร้าง Reticulocytes ชดเชยเพื่อทดแทนเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สูญเสียไป นอกจากนั้นเมื่อคิดสัดส่วนระหว่างเพศชายต่อเพศหญิงในกลุ่มพร่องเอนไซม์ G-6-PD พบว่ามีอัตราส่วน 3.5 ต่อ 1

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

kraisin, janshine. (2024). ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีการสร้างเรติคิวโลไซต์กับภาวะพร่องเอนไซม์ G-6- PD ในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลสระบุรี. วารสารโรงพยาบาลสระบุรี, 38(1). สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/SHMJ/article/view/265370

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles