The Development of Nursing Care Model for Prevention of Ventilator associated pneumonia in the Department of Internal Medicine, Krabi Hospital
Main Article Content
Abstract
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ 2) พัฒนารูปแบบการพยาบาล ฯ และ 3) ศึกษาประสิทธิผลของการพัฒนารูปแบบการพยาบาล ฯ โดยใช้กรอบแนวคิดทฤษฎีเชิงระบบของ Donabedian (2003) เป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบ โดยแบ่งการศึกษาเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะศึกษาโครงสร้าง ระยะดำเนินการตามกระบวนการ และระยะประเมินผลลัพธ์ ร่วมกับ การพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ ได้แก่ การหย่าเครื่องช่วยหายใจ การล้างมือ การยกศีรษะสูง และการดูดเสมหะในปากก่อนการดูดเสมหะในท่อช่วยหายใจ การเปลี่ยนระบบสายเครื่องช่วยหายใจ การทำความสะอาดช่องปาก และการส่งเสริม/กระตุ้นให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวและให้ได้รับสารอาหารทางระบบทางเดินอาหารเมื่อผู้ป่วยพร้อม กลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย และอายุรกรรมหญิง ที่ได้รับการรักษาโดยใส่ท่อช่วยหายใจต่อกับเครื่องช่วยหายใจ จำนวนหอผู้ป่วยละ 44 คน รวม 88 คน กลุ่มที่ 2 คือ พยาบาลที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วย อายุรกรรมชาย และอายุรกรรมหญิง คัดเลือกแบบเจาะจงและสมัครใจเข้าร่วมโครงการ จำนวนหอผู้ป่วยละ 19 คน รวม 38 คน หยิบฉลากได้หมายเลข 1 เป็นกลุ่มทดลองและ 2 เป็นกลุ่มควบคุม ระยะเวลาศึกษา 3 เดือน
ผลการศึกษา พบว่าพยาบาลวิชาชีพ มีคะแนนความรู้ก่อนการทดลองระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>.05) กล่าวคือ ทั้ง 2 กลุ่มมีระดับความรู้พื้นฐานใกล้เคียงกัน คะแนนความรู้หลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=-4.652, p=.001) การปฏิบัติตามรูปแบบการพยาบาล ฯ ในระดับสูง ระหว่างร้อยละ 84.1-100 ความพึงพอใจต่อรูปแบบการพยาบาล ฯ ในระดับมากที่สุด โดยค่าคะแนนเฉลี่ยรายข้ออยู่ในช่วง 4.68-4.95 ส่วนผู้ป่วยพบว่า การเกิดปอดอักเสบระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาด้วย Fisher’s Exact Test พบว่าไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p=.058) แต่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน ค่าเฉลี่ยระยะเวลาการใช้เครื่องช่วยหายใจระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=-3.692, df=63.033, p=.001) โดยกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มทดลอง และค่าเฉลี่ยจำนวนวันนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=-3.069, df=86, p=.003) โดยกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มทดลอง
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนิพนธ์ต้นฉบับจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review) และการตีพิมพ์บทความซ้ำต้องได้รับการอนุญาตจากกองบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร
ลิขสิทธิ์
ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ เว้นว่าได้รับอนุญาตจากโรงพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ
เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
References
Golenaz, A. K., Venkat, R., & Asif, N. Ventilator-Associated Pneumonia. A service of the National Library of Medicine, National Institutes of Health. 2025. Available from: URL: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK507711/?report=printable
Amyna, R. Alesia, A. Carmel, M. & Elizabeth P. Use of nursing care bundles for the
prevention of ventilator associated pneumonia in low-middle income countries: A scoping review. Nurs Crit Care. 2023; 29: 1511–1534.
เพชร วัชรสินธุ. Endotracheal intubation. ใน สุทัศน์ รุ๋งเรืองหิรัญญา, เพชร วัชรสินธุ, ภัทริน ภิรมย์พานิช, ชายวุฒิ สววิบูลย, และ ณับพลิกา กองพลพรหม (บรรณาธิการ), ICU survival guide (พิมพ์ครั้งที่ 2). นครปฐม: สินทวีกิจ พริ้นติ้ง. 2563. น. 172-176.
กลุ่มแผนปฏิบัติการชาติ การป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อและเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล. แผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ ด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลระดับชาติ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570). สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์. 2565. น. 50-63.
จินดารัตน์ ชัยอาจ, นิตยา ภิญโญคำ และจิราภรณ์ เตชะอุดมเดช. การพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอักเสบและภาวะหายใจล้มเหลว. ใน ประทุม สร้อยวงค์ (บ.ก.), การพยาบาลอายุรศาสตร์. เอ็น.พี.ที.ปริ้นติ้ง เชียงใหม่. 2564. น. 119- 133.
สุรัส มีพวงผล, ธนพล อภัยบุรี และ ทศพร ไชยชิต. การป้องกันการเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วยแผลไหม้. วารสารแผลไหม้และสมานแผลแห่งประเทศไทย. 2563. 4(2). 62-68.
ปวริศา รัตนา. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับอุบัติการณ์การเกิดภาวะปอดอักเสบในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจในโรงพยาบาลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต. 2566. 3(1). น. 37-48.
วนิดา ดุรงค์ฤทธิชัย และ นพกมล ประจงทัศน์. แนวทางป้องกันปอดอักเสบในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ (VAP): การทบทวนเนื้อหาจากงานวิจัย. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและวิทยาลัยการสาธารณสุขภาคใต้. 2565. 9(2), น. 269-278.
ศรีสุภา เรืองแข, อะเคื่อ อุณหเลขกะ และ นงเยาว์ เกษตร์ภิบาล. การปฏิบัติและอุปสรรคในการป้องกันปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ ของพยาบาลวิชาชีพในหอผู้ป่วยวิกฤต. พยาบาลสาร. 2564. 48(2). น. 84-94.
มุุขพล ปุุนภพ, คััณธารััตน์์ จัันทร์์ศิิริิ และ กำธร มาลาธรรม. การป้องกันภาวะปอดอักเสบติดเชื้อที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจในผู้ใหญ่: การเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติทางคลินิก. วารสารวิิจัยทางการพยาบาล การผดุุงครรภ์์และวิิทยาศาสตร์์สุุขภาพ. 2567. 44(1). น. 112-122.
สงวน บุญพูน, อนุพล พานิชย์โชติ, รัฐพล อุปลา และ ภัณฑิลา สิทธิการค้า. การป้องกันปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ. วารสารโรงพยาบาล มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2567. 5(2). น.151-165.
นารี สิงหเทพ, จิราวรรณ สุนทรา และ วิลาวรรณ มะกูล. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 2 โรงพยาบาลยโสธร. ยโสธรเวชสาร. 2566. 25(3). น. 103-114.
รัตนาภรณ์ ปาลีนิเวศ, ธนิษฐา สุทธิ, รัชนี ผิวผ่อง และ จารุวรรณ เยียรพันธุ์. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ ในหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลบุรีรัมย์.วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย. 2565. 37(2). น. 441-452.
ดุษฎี ดวงมณี, ชายวุฒิ สววิบูลย์, เพ็ญศิริ แกล้วกสิกิจ, รพีพรรณ จันทนลาช และ ศลิษา สืบคล้าย. อุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจในหออภิบาลคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง. 2559. 60(3). น. 201-207.
Maria, D., Elaine Cristina, A., Rosiane G., Fábio, A., Jessica, M., Luciane, P., & Paulo, V. Impact of evidence-based bundles on ventilator-associated pneumonia prevention: A systematic review. The Journal of Infection in Developing Countries. 2023. 17(2). 194-201.
ดวงเดือน รัตนะมงคลกุล, นปภัช ทองคำวงศ์ และประพันธ์ เพชรเลิศหิรัญกุล. แนวทางการดูดเสมหะในผู้ใหญ่ที่ใส่ท่อช่วยหายใจ. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2563. 27(3). น. 145-156.
โรงพยาบาลกระบี่. ข้อมูลการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลกระบี่. 2567.
Franz Faul, Edgar Erdfelder, Albert-Georg Lang, & Axel Buchner. G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods. 2007. 39(2). 175-191.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 4) กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์. 2558. น.158-173.
Donabedian, A. Evaluating the quality of medical care. The Milbank Quarterly. 2005. 83(4).
-729.
Grazy, C., Ganapathy, N., & Padmavathi, P. Effectiveness of nursing care bundle on
prevention of ventilator associated pneumonia. International Journal of Nursing and Health Research. 2023. 5(2). 62-67.
นิรมล อู่เจริญ และกัลยาณี นาคฤทธิ์. ผลของการใช้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลระนอง. วารสารและนวัตกรรมทางสุขภาพ. 2564. 4(1). น. 15-27.