การพัฒนาสมรรถนะแห่งตนต่อความตั้งใจใฝ่พฤติกรรมในการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2
คำสำคัญ:
การพัฒนาสมรรถนะแห่งตน, ความตั้งใจใฝ่พฤติกรรมในการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย, ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการจัดโครงการศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศาสตร์ แห่งการพัฒนาสังคมเพื่อการพัฒนาสมรรถนะแห่งตนต่อความตั้งใจใฝ่พฤติกรรมในการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย ของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีสมรรถนะแห่งตน กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อายุ 30 ปีขึ้นไป ที่มารับบริการโรงพยาบาลปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย จำนวน 30 คน และทำการวิจัยแบบหนึ่งกลุ่มทดลอง ซึ่งกลุ่มตัวอย่างได้รับโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะแห่งตนต่อความตั้งใจใฝ่พฤติกรรมในการ รับประทานอาหารและการออกกำลังกาย ประกอบด้วย กิจกรรม 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 กิจกรรมด้านการรับประทานอาหารสำหรับ ผู้ป่วยเบาหวาน ได้แก่ การบรรยายประกอบสื่อ กิจกรรมการคัดเลือกเมนูอาหาร และการระดมสมองเสนอความคิดเห็นถึงผลดีที่ คาดว่าจะได้รับจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ส่วนที่ 2 กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย ประกอบด้วย การบรรยายประกอบสื่อและคู่มือสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เกมคัดแยกแผ่นภาพการออกกำลังกายที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมกับ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน การฝึกทักษะการวางแผนออกกำลังกายที่เหมาะสม และการระดมสมองเสนอความคิดเห็นถึงผลดีที่คาดว่าจะ ได้รับจากการออกกำลังกาย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามก่อนและหลังการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบด้วย paired t-test.
ผลการวิจัยพบว่า โปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะแห่งตนต่อความตั้งใจใฝ่พฤติกรรมในการรับประทานอาหารและ การออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีประสิทธิผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคะแนนเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ในการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. Rattarasan, C. Diabetes Disease in Thailand. Bangkok: Endocrinology and Metabolism Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital;2013. (in thai).
3. Bureau of Non Communicable Disease and Ministry of Public Health [Internet]. The non-communicable diseases and injuries, 2007-2014. [update 2015; cited 2016 Sep 20] Available from Ministry of Public Health. (in thai).
4. Tongpeth. J. Effectiveness of Self - Management Promoting Potential Program on Blood Sugar Control and Quality of Life Among Diabetes Mellitus Type 2 Patients. Journal of The Royal Thai Army Nurses, 2013; 14 (2): 69-78. (in Thai)
5. Tripathy, Bb., Chandalia, H.B., & Das, A.K. RSSDI Textbook of Diabetes Mellitus. London: Jaypee Brothers Medical Publishers (P) LTD; 2012.
6. Rebekah J.W, Gebregziabher M, Martin-Harris B, & Egede L.E. Quantifying Direct Effects of Social Determinants of Health on Glycemic Control
in Adults with Type 2 Diabetes. Diabetes Technology & Therapeutics, 2015; 10 (1089):80–87.
7. Phungdee T. The Effectiveness of Exercise Behaviors Promotion Program of Diabetes Mellitus Type 2 Patients. Journal of The Royal Thai Army Nurses, 2017; 18 (Supplement):291-298. (in Thai)
8. Chanchisri A. Effects of The Self Efficacy Program on Blood Sugar Control Behavior of Diabetes Mellitus Patients. Master of Public Health [Thesis]. Rajabhat Rajanagarindra University; 2013. (in Thai).
9. Thammaraksa P. The Effectiveness of Health Education Program Applying Self-Efficacy Theory in Diabetes Mellitus Patients at Health Center in Bangkok Metropolitan. Master of Health Education [Thesis]. Srinakharinwirot University; 2011. (in Thai).
10. Weerarattanakul W, Suteetron B, & Sarsat S. Effects of Communication by Registered Nursesin Improving in the Health Behaviors of Diabetic Patients. Journal of The Royal Thai Army Nurses, 2010; 11 (1): 73-78. (in Thai)
11. Heijden M, Pouwer F, Romeijnders A.C, & Pop V.JM. Testing the effectiveness of a self-efficacy based exercise intervention for inactive people
with type 2 diabetes mellitus: design of a controlled clinical trial. BioMed Central Public Health, 2012; 12 (331): 1-8.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารพยาบาลทหารบกเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการหรือสมาคมพยาบาลทหารบก ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลทหารบก
The ideas and opinions expressed in the Journal of The Royal Thai Army Nurses are those of the authors and not necessarily those
of the editor or Royal Thai Army Nurses Association.


