การบูรณาการแผนภูมิต้นไม้แห่งความล้มเหลวและกระบวนการวิเคราะห์ เชิงลำดับชั้นสำหรับการประเมินความเสี่ยงแบบน่าจะเป็นต่อการติดเชื้อทางอากาศ จากระบบความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศภายในห้องผ่าตัด

ผู้แต่ง

  • ณัทธนกฤต ทองดอนหัน นักศึกษา หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • อารุญ เกตุสาคร รองศาสตราจารย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

การวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น, การวิเคราะห์ต้นไม้แห่งความล้มเหลว, การประเมินความเสี่ยงแบบความน่าจะเป็น

บทคัดย่อ

     การติดเชื้อทางอากาศในห้องผ่าตัดเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มระยะเวลาการรักษา ระบบความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศ (HVAC) มีบทบาทสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อทางอากาศ อย่างไรก็ตาม การทำงานที่บกพร่องของระบบความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศ (HVAC) เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อทางอากาศ ดังนั้นงานวิจัยนี้ประยุกต์เทคนิคการวิเคราะห์แผนภูมิต้นไม้แห่งความล้มเหลว และกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น (AHP) เพื่อประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อทางอากาศในห้องผ่าตัดโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ต้นไม้แห่งความล้มเหลว (FTA) ในการระบุสาเหตุของความล้มเหลวในระบบ HVAC และใช้เทคนิค AHP ในการคำนวณค่าน้ำหนักความสำคัญ (มาตรลำดับ 1-9) ของแต่ละสาเหตุ
     ผลการวิจัยพบว่า ปริมาณลม มีโอกาสบกพร่อง ร้อยละ 99.4 โดยมีสาเหตุความน่าจะเป็นจากพัดลมของเครื่องปรับอากาศบกพร่อง ร้อยละ 67.4 ระบบท่อลมบกพร่อง ร้อยละ 73.8 แผ่นกรองอากาศบกพร่องร้อยละ 75.8 คอยล์เย็นบกพร่อง ร้อยละ 80.4 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางอากาศในห้องผ่าตัด ดังนั้นการตรวจสอบและทดสอบประสิทธิภาพของระบบ HVAC อย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (NEBB) จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะการทดสอบปริมาณลม การรั่วซึมของแผ่นกรองอากาศ HEPA แรงดันอากาศปริมาณฝุ่น การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ สรุปได้ว่า การบูรณาการเทคนิค FTA และ AHP สามารถใช้ประเมินความเสี่ยงของการติดเชื้อทางอากาศในห้องผ่าตัดได้ และช่วยเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยในห้องผ่าตัด

เอกสารอ้างอิง

ASHRAE. (2021). ANSI/ASHRAE/ASHE standard 170-2021, ventilation of health care facilities. Atlanta: American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers, Inc.

Cook, G., & Int-Hout, D. (2009). Air motion control in the hospital operating room. ASHRAE Journal, 51(3), 30-36.

Hyun, K. C., Min, S., Choi, H., Park, J., & Lee, I. M. (2015). Risk analysis using Fault-Tree Analysis (FTA) and Analytic Hierarchy Process (AHP) applicable to shield TBM tunnels. Tunnelling and underground space technology, 49, 121-129.

Khankari, K. (2018). Hospital operating room ventilation systems. ASHRAE Journal, 60(6), 16-26.

NEBB. (2009). Procedural standards for certified testing of cleanrooms. (3rd ed.). Gaithersburg, Maryland: National Environmental Balancing Bureau.

NRLS. (2023, August 19). Patient safety goals. Retrieved August 21, 2023, from https://thai-nrls.org/. (in Thai)

Saaty, T. L. (1996). Decision making with dependence and feedback: The analytic network process (Vol. 4922, No. 2). Pittsburgh: RWS publications.

Schurk, D. (2019). Hospital operating rooms: Conditioning for the environment of critical care. ASHRAE Journal, 61(10), 16-22.

Sukjit, E. (2006). Numerical study of turbulence effects on behaviors of airflow, temperature, humidity and particles in a clean room. Thesis of Master of Engineering Major in Mechanical Engineering, Faculty of Engineering, Suranaree University of Technology, Nakhon Ratchasima. (in Thai)

Wagner, J. A., & Schreiber, K. J. (2014). Improving operating room contamination control. ASHRAE Journal, 56(2), 18-27.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-29

รูปแบบการอ้างอิง

ทองดอนหัน ณ. ., & เกตุสาคร อ. (2025). การบูรณาการแผนภูมิต้นไม้แห่งความล้มเหลวและกระบวนการวิเคราะห์ เชิงลำดับชั้นสำหรับการประเมินความเสี่ยงแบบน่าจะเป็นต่อการติดเชื้อทางอากาศ จากระบบความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศภายในห้องผ่าตัด. วารสารวิจัยสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 7(2), 1–16. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPHSR/article/view/273372