การพัฒนารูปแบบการจัดการระบบดูแลผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แบบเฝ้าระวังซ้ำ จังหวัดอุตรดิตถ์
คำสำคัญ:
การเฝ้าระวังซ้ำ, ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการระบบดูแลผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ผู้ป่วยโรคโควิด-19) แบบเฝ้าระวังซ้ำของจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้มีส่วนร่วมในการวิจัย คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างในการสนทนากลุ่ม ประเด็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า บริบทจังหวัดอุตรดิตถ์ขาดระบบการคัดกรองตรวจหาเชื้อและจัดสถานที่กักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้ป่วยโรคโควิด-19 จึงมีการพัฒนารูปแบบการจัดการระบบดูแลผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้ป่วยโรคโควิด-19 แบบเฝ้าระวังซ้ำจังหวัดอุตรดิตถ์ รูปแบบการจัดการระบบที่พัฒนาได้ ประกอบด้วย 1) จัดสถานที่ตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้ป่วยโรคโควิด-19 2) จัดระบบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกักตัวในสถานที่กักกันในชุมชน 3) จัดระบบการส่งต่อผู้ติดเชื้อไปรักษาในโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลในจังหวัดอุตรดิตถ์ 4) ระบบการเฝ้าระวังซ้ำหลังจากออกจากโรงพยาบาลมากักตัวในชุมชน จำนวน 7 วัน ก่อนกลับบ้าน ซึ่งจะทำให้ครอบครัวและชุมชน เกิดความมั่นใจ ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลของการพัฒนารูปแบบการจัดการระบบดูแลผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้ป่วยโรคโควิด-19 จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า หลังการพัฒนาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.52, S.D. = 0.57) งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้บริหารจัดการระบบบริการสุขภาพของผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงและผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในจังหวัดอุตรดิตถ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing. (5th ed.). New York: Harper Collins Publishers.
Department of Disease Control. (2021). Surveillance guidelines coronavirus disease prevention and control 2019 for medical and public health personnel. Nonthaburi: Ministry of Health. (in Thai)
Department of Disease Control. (2022). COVID-19 infected situation updated daily. Retrieved September 30, 2022, from https://ddc.moph.go.th/covid19-dashboard.
Dudovskiy, J. (2021, February 23). Apple value chain analysis. Retrieved June 1, 2022, from https://research-methodology.net/applevalue-chain-analysis/.
Srisa-ard, B. (2013). Introduction to research. (9th ed.). Bangkok: Suweeriyasarn. (in Thai)
Thaisriwong, K. (2016). Management model of referral coordination Center in Health Region 6. Bangkok: Health Systems Research Institute (HSRI). (in Thai)
Tingbo, L. (2020). Handbook of COVID-19 prevention and treatment the first affililate hospital Zhejiang University Shcool of Medicine compiled according to clinical expreince. Retrieved April 20, 2022 from http://meghalayaonline.gov.in/covid/images/materials/handbook.pdf.
Power, B., & Hubbard, R. (1999). Becoming teacher researchers one moment at a time. Language Arts,77(1), 34-39.
Thai Health Promotion Foundation. (2021). Handbook of community isolation: Operational edition. Nonthaburi: Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health. (in Thai)
Uttaradit Provincial Public Health Office. (2020). Preparatory meeting coronavirus disease 2019. Uttaradit: Quality and Service Development Division. (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องบทความในวารสารวิชาการและวิจัยเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยนเรศวร และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบทความแต่ละเรื่องผู้เขียนจะรับผิดชอบของตนเองแต่ละท่าน
