ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดลำพูน
คำสำคัญ:
ความปลอดภัยไซเบอร์, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบทคัดย่อ
การวิจัยแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัย ความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) กลุ่มตัวอย่างคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานใน รพ.สต. จำนวน 238 คน สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถามออนไลน์ด้วยกูเกิลฟอร์ม ข้อมูลที่ได้รวบรวมและวิเคราะห์ โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบทีแบบกลุ่มที่มีความอิสระต่อกัน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว
ผลการศึกษาพบว่าร้อยละ 57.6 ของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติด้านความปลอดภัยไซเบอร์อยู่ในระดับพอใช้ ปัจจัย ได้แก่ เพศ การอบรม และตำแหน่ง มีผลต่อความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน รพ.สต. อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนี้ 1) เพศชาย (10.11 ± 3.33) มีความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากกว่าเพศหญิง (8.49 ± 2.52) 2) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับการอบรม (11.05 ± 2.73) มีความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากกว่าไม่ได้รับการอบรม (7.65 ± 2.01) 3) นักวิชาการสาธารณสุข (4.15 ± 1.89) มีความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากกว่าเจ้าหน้าที่ทั่วไป/ลูกจ้าง (3.56 ± 1.98) และ 4) นักวิชาการสาธารณสุข (6.35 ± 1.63) มีการปฏิบัติด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากกว่าเจ้าหน้าที่ทั่วไป/ลูกจ้าง (5.16 ± 1.57) ดังนั้นการพัฒนางานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน รพ.สต. จึงควรคำนึงถึงปัจจัยด้านตำแหน่ง
เอกสารอ้างอิง
Boonsaenplan, P. (2013). Participating solid waste management using environmental studies process for village health volunteers. Nong Bua Lamphu: Nong Bua Lamphu Provincial Public Health Office. (in Thai)
Chansamut, C. (2010). Development of environmental impact analysis training courses Thesis Mahasarakham: Mahasarakham University. 2010. (in Thai)
Lamphun Provincial Public Health Office. (2017). Information system and information technology development project. Lamphun: Lamphun Provincial Public Health Office. (in Thai)
Lamphun Provincial Public Health Office. (2019) Information system and information technology development project. Lamphun: Lamphun Provincial Public Health Office. (in Thai)
Ministry of Public Health. (2013). Guidelines for information security. Retrieved May 11,2020, from https://ict.moph.go.th/th/extension/196. (in Thai)
Pilanthawat, O. (2006). Persuasive Communication. (4th ed.). Bangkok: Chulalongkorn University. (in Thai.)
Sonti, S. (2014). Knowledge and understanding of information security case study: Government officer, Royal Thai Armed Forces Headquarters. Independent study of Master of Science, Dhurakij Pundit University, Bangkok. (in Thai)
Runnares, S. (2018). Factors affecting awareness of cyber-threats by internet user in Bangkok. Independent study of Master of Science Information Technology Policy and Management, Thammasat University, Bangkok. (in Thai)
Thailand Digital Government Academy. (2020, July 3). Live Talk: Cyber threats in new normal. Retrieved July 3, 2020, from https://tdgadga.or.th/index.php/th/?option=com_eventbooking& view=event&id=136&catid=2&Itemid=172. (in Thai)
World Health Organization. (2004). Assessing the National Health Information Systems: An assessment tool version 4.00. Geneva: WHO.
Yamane, T. (1973 ). Statistics: An introductory analysis. (3rd ed.). New York: Harper and Row Publications.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องบทความในวารสารวิชาการและวิจัยเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยนเรศวร และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบทความแต่ละเรื่องผู้เขียนจะรับผิดชอบของตนเองแต่ละท่าน
