ปัญหาแทรกซ้อนที่เกิดจากการบริจาค Plateletpheresis ในผู้บริจาคโลหิต

ผู้แต่ง

  • สมใจ สมบัตินิมิตสกุล ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • ศิริพร ณ ถลาง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • กุลธิดา ซัมดิน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • ภาวิณี คุปตวินทุ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • รัชนี โอเจริญ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • อ้อยทิพย์ ณ ถลาง ภาควิชาพยาธิวิทยา วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

คำสำคัญ:

Plateletpheresis donor, Adverse effects, Calcium replacement

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ: คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาปัญหาแทรกซ้อนที่พบจากการบริจาค plateletoberesis ในผู้บริจาคเกล็ดโลหิต เพศชาย อายุระหว่าง 17-58 ปี ที่หน่วยรับบริจาคพลาสมาและเกล็ดโลหิต ฝ่ายห้องปฏิบัติการร่วมกับองค์การอนามัยโลก ตั้งแต่ มกราคม 25444 ถึง ธันวาคม 2544 จำนวน 4,272 ราย โดยผู้บริจาคทุกรายจะได้รับแคลเซียม กลูโคเนต ขนาด 500 มก. รับประทานก่อนการบริจาค ในจำนวนผู้บริจาคเกล็ดโลหิตทั้งหมดที่มาบริจาดนั้น สามกรถบริจาคเกล็ดโลหิตจนครบกระบวนการ 4,251 ราย (99.51%) พบปัญหาแทรกช้อนระหว่างบริจาค 869 ราย (20.4%) ปัญหาแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยคือ อาการชา 98.73% ซึ่งจะพบได้บ่อยคือ อาการชารอบริมฝีปาก และใบหน้า เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิดปัญหาแทรกซ้อนกับ อายุ น้ำหนัก และส่วนสูงของผู้บริจาค ค่าฮีมาโตคริต จำนวนเม็ดโลหิตขาวและจำนวนเกล็ดโลหิตก่อนบริจาค ปริมาตร ACD ที่ใช้ ปริมาตรโลหิตที่ process จำนวนรอบที่ใช้ในการเก็บ และชนิดของเครื่องมือ พบว่าปัญหาแทรกซ้อนมีความสัมพันธ์ กับน้ำหนัก ส่วนสูงของผู้บริจาค ค่าฮีมาโตคริต จำนวนเม็ดโลหิตขาว เกล็ดโลหิตก่อนบริจาค และชนิดของเครื่องมือ อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) นอกจากนี้ในผู้บริจาคที่ทำการเก็บเกล็ดโลหิตโดยใช้เครื่อง MCS2P พบปัญหาแทรกซ้อนได้น้อยกว่าผู้บริจาคที่ทำการเก็บเกล็ดโลหิตโดยใช้เครื่อง MCS3P และ MCS Plus ตามลำดับ
       โดยสรุปจากการศึกษาครั้งนี้พบว่า ผู้บริจาคชายไทยสามารถบริจาคเกล็ดโลหิตได้ โดยวิธี Apberesis โดยไม่มีปัญหาแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่ควรให้แคลเซียมเสริมทุกรายก่อนบริจาคเพื่อป้องกันอาการชา รวมทั้งให้การดูแลที่ใกล้ชิดเพื่อ
ประเมินอาการข้างเคียงได้รวดเร็ว และสามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้อง

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Novotry VMJ. Prevention and management of platelet transfusion refractoriness. Vox Sang 1999,76:13.

Sibinga CTS, Kater L. Advances in Haemapheresis. Dordrecht: Kluwer Academic Publishers, 1990.

American Association of Blood Banks. Technical manual. 13th ed. Bethesda American Association of Blood Banks, 1999.

Despotis GJ, Goodnough LT, Dymis M, et al. Adverse Events in Platelet Apheresis Donors : A Multivariate Analysis in a Hospital-Based Program. Vox Sang 1999;77:24-32.

Makar YF, Bulter MO, Cockerole GM, et al. National audit of citrate toxicity in plateletpheresis donors. Transfusion Med 2002;12:187-91.

Charles D, Bolan CD, Geer SE, et al. Leitman. Comprehersive analysis of citrate effects devering plateletpheresis in normal donors. Transfusion 2001;41:1165-71.

McLed BC, Pries TH, Owen H, et al. Frequency of immediate adverse effects associated with therapeutic apheresis. Transfusion 1998;38:938-4.

สร้อยสอางค์ พิกุลสด วุฒิพันธ์ ศุภจัตุรัส และ จุรี ไววนิชกุล. คู่มือการคัดกรองผู้บริจาคโลหิต. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย, 2543;5-24.

Landerson JH, Miller WV. Relationship of physical symptoms, ECG, Free calcium and other blood chemistries in reinfusion with citrated blood. Transfusion. 18:670-9.

Olson PR, Cox C, Cullough JM. Laboratory and clinical effects of the infusion of ACD solution during plateletpheresis. Vox Sang 1997;33:79-87.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ (Original article)