ภาวะหลอดเลือดดำอุดตันในผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในประเทศไทย
คำสำคัญ:
ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน, ไทย, ผู้ป่วย, มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบทคัดย่อ
บทนำ ปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับภาวะหลอดเลือดดำอุดตันในผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองยังมีน้อยและจำกัด
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความชุก ปัจจัยเสี่ยง และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่มีภาวะหลอดเลือดดำอุดตันในประเทศไทย
วัสดุและวิธีการ ทำการศึกษาแบบ nested case-control จากผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลรามาธิบดี
ผลการศึกษา จากผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ได้จากฐานข้อมูลของโรงพยาบาลรามาธิบดีทั้งหมด 1,769 คน พบผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน 91 ราย (ร้อยละ 5.1) ประกอบด้วยภาวะหลอดเลือดดำอุดตันที่ขา (ร้อยละ 53.9) ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดที่ปอด (ร้อยละ 21.3) ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำในช่องท้อง (ร้อยละ 5.5) ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำที่คอ (ร้อยละ 3.3) ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำในสมอง (ร้อยละ 1.1) และภาวะหลอดเลือดดำอุดตันตั้งแต่ 2 ตำ แหน่ง (ร้อยละ 13.1) ส่วนใหญ่พบภาวะหลอดเลือดดำอุดตันระหว่างให้การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองจนสิ้นสุดการรักษานาน 3 เดือน (ร้อยละ 45.1) รองลงมาพบตั้งแต่เริ่มหรือก่อนวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (ร้อยละ 38.4) ผู้ป่วยกลุ่มควบคุมได้มาจากการสุ่มผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ไม่มีภาวะหลอดเลือดดำอุดตันมีจำนวน 455 ราย เมื่อเปรียบเทียบผู้ป่วยที่มีและไม่มีภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน พบว่าเป็นเพศหญิงร้อยละ 51.6 และร้อยละ 49.0 (p = 0.64) อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 57 และ 61 ปี (p = 0.09) ประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ประกอบด้วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กินชนิดบีเซลล์ ร้อยละ 93.4 และ 78.9 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กินชนิดทีเซลล์ ร้อยละ 5.5 และ 11.7 และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน ร้อยละ 1.1 และ 6.4 (p = 0.02) ตามลำดับ จากการวิเคราะห์พหุปัจจัยพบว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กินชนิดบีเซลล์ (odds ratio [OR] 4.4) ขนาดของก้อนมะเร็งน้ำเหลืองที่มากกว่าหรือเท่ากับ 10 เซนติเมตร (OR 2.7) และจำนวนเกล็ดเลือดก่อนให้ยาเคมีบำบัดที่มากกว่าหรือเท่ากับ 350 x 109/ลิตร (OR 2.1) เป็นปัจจัยอิสระที่มีผลต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน อัตราการตายของผู้ป่วยที่มีและไม่มีภาวะหลอดเลือดดำอุดตันอยู่ที่ร้อยละ 25.3 และ 15.8 (p = 0.03)
สรุป ความชุกของภาวะหลอดเลือดดำอุดตันในผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในประเทศไทยถือว่าไม่ต่ำโดยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กินชนิดบีเซลล์ ขนาดของก้อนมะเร็งขนาดใหญ่ และจำนวนเกล็ดเลือดสูงก่อนให้ยาเคมีบำบัด เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน ผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดดำอุดตันมีอัตราการตายสูงกว่า
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Lauw MN, van Doormaal FF, Middeldorp S, Buller HR. Cancer and venous thrombosis: current comprehensions and future perspectives. Semin Thromb Hemost. 2013;39:507-14.
Angchaisuksiri P. Cancer-associated thrombosis in Asia. Thromb J. 2016;14(Suppl 1):26.
Caruso V, Di Castelnuovo A, Meschengieser S, Lazzari MA, de Gaetano G, Storti S, et al. Thrombotic complications in adult patients with lymphoma: a meta-analysis of 29 independent cohorts including 18,018 patients and 1,149 events. Blood.2010;115:5322-8.
Swerdlow SH, Campo E, Harris NL, Jaffe ES, Pileri SA, Stein H, et al. WHO classification of tumours of haematopoietic and lymphoid tissues. In: Bosman FT, Jaffe ES, Lakhani SR, Ohgaki H, eds. World Health Organization Classification of Tumours. Lyon, France: IARC; 2008.
Yokoyama K, Murata M, Ikeda Y, Okamoto S. Incidence and risk factors for developing venous thromboembolism in Japanese with diffuse large b-cell lymphoma. Thromb Res. 2012;130:7-11.
Park LC, Woo SY, Kim S, Jeon H, Ko YH, Kim SJ, et al. Incidence, risk factors and clinical features of venous thromboembolism in newly diagnosed lymphoma patients: results from a prospective cohort study with Asian population. Thromb Res. 2012;130:e6-12.
Siwasaranond N, Norasethada L, Tantiworawit A, Rattarittamrong E, Chai-adisaksopha C, Navwarawong W. Increased prevalence of thromboembolism events in Thai patients with lymphoma: the single center expreience from Maharaj Nakorn Chiang Mai Hospital. J Hematol Tranfus Med. 2013;23:33-41.
Kunawuttinankorn W, Tanyasaensook K, Rojnuckarin P. Incidence and risk factors for venous thromboembolism in Thai hospitalized lymphoma patients. Pharm Sci Asia. 2018;45(2):114-22.
Khorana AA, Kuderer NM, Culakova E, Lyman GH, Francis CW. Development and validation of a predictive model for chemotherapy- associated thrombosis. Blood. 2008;111:4902-7.
Ay C, Vormittag R, Dunkler D, Simanek R, Chiriac AL, Drach J, et al. D-dimer and prothrombin fragment 1+2 predict venous thromboembolism in patients with cancer: results from the Vienna Cancer and Thrombosis Study. J Clin Oncol. 2009;27:4124-9.