Study of Attitudes and Factors Affecting Blood Donation of Personnel in Phan Hospital of Chiang Rai Province for Increasing Blood Donors

ผู้แต่ง

  • นฤมล บุญสนอง
  • ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ

คำสำคัญ:

ทัศนคติและปัจจัย, การบริจาคโลหิต, การเพิ่มจำนวนผู้บริจาคโลหิต

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ : โรงพยาบาลพานเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 120 เตียง มีบุคลากร 220 คน แต่มีบุคลากรบริจาคโลหิตประจำเพียง 3 คน จึงได้ทำการศึกษาวิจัยเชิงสำรวจ เพื่อศึกษาทัศนคติและปัจจัยต่อการบริจาคโลหิต เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับพัฒนารูปแบบบริการเชิงรุก ในการเพิ่มจำนวนผู้บริจาคโลหิตจากกลุ่มบุคลากรของโรงพยาบาลพาน โดยการใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล และความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริจาคโลหิต ข้อมูลวัดทัศนคติ 3 ด้าน ประกอบด้วย ความเชื่อเกี่ยวกับผลของการกระทำ ทัศนคติด้านจิตใจและสังคม ทัศนคติด้านบริการของงานธนาคารโลหิต และการวัดความรู้เรื่องการบริจาคโลหิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติต่างๆ ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าประมาณความสัมพันธ์ (chi-square, χ2) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (stepwise multiple regression analysis) โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS version 11.5 ผลการศึกษาพบว่าได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์จากบุคลากรจำนวน 191 รายจาก 220 ราย (ร้อยละ 86.8) แบ่งเป็น บุคลากรที่เคยบริจาคโลหิตจำนวน 72 คน (ร้อยละ 37.7) และกลุ่มที่ไม่เคยบริจาคโลหิตจำนวน 119 คน (ร้อยละ 62.3) ในกลุ่มบุคลากรที่เคยบริจาคโลหิตเป็นเพศชาย ร้อยละ 56.9 เพศหญิง ร้อยละ 43.1 ไม่มีโรคประจำตัวร้อยละ 73.6 ส่วนกลุ่มที่ไม่เคยบริจาคโลหิต จำนวน 119 คน เป็นเพศหญิง ร้อยละ 75.6 เพศชายร้อยละ 24.4 บุคลากรร้อยละ 90.8 มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่บริจาคโลหิตได้และร้อยละ 73.1 ไม่มีโรคประจำตัว โดยกลุ่มที่เคยบริจาคโลหิตเป็นเพศชาย และมีน้ำหนักผ่านเกณฑ์บริจาคโลหิตมากกว่ากลุ่มที่ไม่เคยบริจาคโลหิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.05) ทัศนคติโดยรวมเฉลี่ยในปัจจัยด้านความเชื่อเกี่ยวกับผลของการกระทำ ปัจจัยด้านอิทธิพลของจิตใจและสังคม และด้านการบริการของงานธนาคารโลหิตอยู่ในระดับดี ทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) เมื่อพิจารณาทัศนคติและปัจจัยที่มีผลต่อการบริจาคโลหิตรายข้อพบว่า กลุ่มที่ไม่เคยบริจาคโลหิตมีความกลัวและความเครียดต่อการบริจาคโลหิต และด้านความรู้ คือ ไม่เข้าใจว่าการบริจาคโลหิตเป็นการเสียสละโลหิตส่วนสำรอง แตกต่างจากกลุ่มที่เคยบริจาคโลหิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) การศึกษานี้ ได้สอบถามความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มจำนวนผู้บริจาคโลหิต และได้รับความคิดเห็น 4 ลำดับแรก คือ การประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตในโอกาสพิเศษ การเชิญชวนถึงตัวบุคคล และมอบของที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิต งานธนาคารโลหิตจึงได้นำแนวทางดังกล่าว ดำเนินการศึกษานำร่อง ผลของการดำเนินการดังกล่าว ในระยะเวลา 3 เดือน สามารถเพิ่มผู้บริจาคโลหิตรายใหม่ในกลุ่มบุคลากรของโรงพยาบาลพาน จำนวน 20 คน ซึ่งเป็นผลสัมฤทธิ์ของการนำผลการวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ (Original article)