ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการตนเองในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วย เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินของกลุ่มชาติพันธุ์ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
โรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน, กลุ่มชาติพันธุ์, การจัดการตนเองบทคัดย่อ
การศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการจัดการตนเองในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินของกลุ่มชาติพันธุ์ และเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการตนเองในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินของกลุ่มชาติพันธุ์ อ.แม่สาย จ.เชียงราย กลุ่มตัวอย่าง 192 คน ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างเป็นระบบ เก็บข้อมูล 1 กุมภาพันธ์ – 28 กุมภาพันธ์ 2565 ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ด้วยสถิติ multiple regression ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีการจัดการตนเองด้านการรับประทานอาหาร และด้านการรับประทานยา อยู่ในระดับสูง (76.0%, 75.0%) และการจัดการตนเองด้านการออกกำลังกาย และด้านการจัดการความเครียด อยู่ในระดับปานกลาง (51.0%, 52.6%) ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการตนเองมี 3 ปัจจัยคือ การรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการจัดการตนเองต่อโรคเบาหวาน (p<0.001) ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน (p<0.001) และการรับรู้ประโยชน์ของการจัดการตนเองต่อโรคเบาหวาน (p=0.001) เขียนเป็นสมการในการทำนาย ดังนี้คือคะแนนการจัดการตนเองต่อโรคเบาหวาน = 45.488 + 0.703 (การรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการจัดการตนเองต่อโรคเบาหวาน) + 0.707 (ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน) + 0.615 (การรับรู้ประโยชน์ของการจัดการตนเองต่อโรคเบาหวาน) ได้33.9% (Adj.R2 = 0.339, p < 0.001) ผลการศึกษาที่ได้ควรใช้ในการวางแผนการส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการตนเองในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน การเพิ่มการรับรู้สมรรถนะแห่งตนและการรับรู้ประโยชน์ของการจัดการตนเองต่อโรคเบาหวาน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานต่อไป
เอกสารอ้างอิง
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. สาระความรู้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2564 [อินเทอร์เน็ต].2564 [เข้าถึงเมื่อ 3 สิงหาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dmthai.org/index.php.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย. อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน เขตสุขภาพที่ 1 ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2564 [อินเทอร์เน็ต].2564 [เข้าถึงเมื่อ 3 สิงหาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก:https://cri.hdc.moph.go.th/hdc/reports/page.php?cat_id=b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d88b
วิทยา ศรีดามา. การดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวาน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย งานวิจัยและความท้าทาย ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2564 [อินเทอร์เน็ต].2564 [เข้าถึงเมื่อ 3 สิงหาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก:https://www.tsri.or.th/dl/548
อมรา พงศาพิชญ์. วัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์ : วิเคราะห์สังคมไทย แนวมานุษยวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2537.
โรงพยาบาลแม่สาย จังหวัดเชียงราย. ประวัติโรงพยาบาลแม่สาย. ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2564
[อินเทอร์เน็ต].2564 [เข้าถึงเมื่อ 3 สิงหาคม 2564]. เข้าถึงได้จากhttp://www.maesaihospital.com/page_a.php?cid=11
โรงพยาบาลแม่สาย จังหวัดเชียงราย. งานเวชระเบียนและสถิติโรงพยาบาลแม่สาย ผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลแม่สายประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2564 [อินเทอร์เน็ต].2564 [เข้าถึงเมื่อ 3 สิงหาคม 2564]. เข้าถึงได้จากhttp://www.maesaihospital.com/page_a.php?cid=11
Apidechkul T. Prevalence and factors associated with type 2 diabetes mellitus and hypertension among the hill tribe elderly populations in northern Thailand. BMC Public Health 2018; 18:694.
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ กรมอนามัย. แผนแม่บทการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย (2558-2560) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2564 [อินเทอร์เน็ต].2564 [เข้าถึงเมื่อ 3 สิงหาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก:https://hhdc.anamai.moph.go.th/th/master-plan-for-ethnic-development-in-thailand.
Phetarvut S, Watthayu N , Suwonnaroop, N. Factors Predicting Diabetes Self-management Behavior among Patients with Diabetes Mellitus Type 2. Nursing Science Journal of Thailand, 2012; 29(4): 18–26.
Rosenstovk IM. The Health Belief Model and Prevention Behavior. Health Education Monographs 1974; 2(4): 354-86.
Glanz K, Rimer BK, Viswanath K."V."(Eds.).Theory, research, and practice in health behavior. In K Glanz, BK Rimer, & K. "V." Viswanath (Eds.), Health behavior: Theory, research, and practice (2015). (pp. 23–41). Jossey-Bass/Wiley.
Creer LT. Self-management of chronic illness. Handbook of self-regulation.
California: Academic. 2000; 601-29.
Ngamjarus C, Chongsuvivatwong V, McNeil E. n4Studies: Sample Size Calculation for an Epidemiological Study on a Smart Device. Siriraj Med J, 2016; 68: 160-70.
ฐิติภัทร จันเกษม.ปัจจัยพยากรณ์ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2562; 13: 95-06.
กมลพร สิริคุตจตุพร. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้สูงอายุโรคเบาหวานชนิดที่ 2 วารสารสภาการพยาบาล 2560; 32: 81-93.
Assntachai P, editor. Health problems in older persons and prevention. Bangkok: Department of Preventive and pocial medicinefaculty of Medicine Siriraj hospital Mahidol University; 2011.
อภิชัย คุณีพงษ์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี. วารสารกรมการแพทย์ 2561; 3: 101-7.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารโรคและภัยสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ประกาศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
|
บทความที่เผยแพร่ในวารสารโรคและภัยสุขภาพสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน |
นโยบายความเป็นส่วนตัว
|
ชื่อและที่อยู่ อีเมล์ ที่ระบุในวารสารโรคและภัยสุขภาพสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ จะใช้เพื่อระบุตามวัตถุประสงค์ของวารสารเท่านั้น และจะไม่นำไปใช้สำหรับวัตถุประสงค์อื่น หรือต่อบุคคลอื่น |


