การพัฒนารูปแบบการป้องกันการบาดเจ็บทางถนน โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายป้องกันการบาดเจ็บทางถนนอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วม, การป้องกันการบาดเจ็บทางถนนบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนารูปแบบการป้องกันการบาดเจ็บทางถนนและผลการพัฒนารูปแบบการป้องกันการบาดเจ็บทางถนน กลุ่มเป้าหมาย คือ บุคลากรจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น บุคลากรจากสำนักงานขนส่ง ตำรวจ ครู บุคลากรจากโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อาสาสมัครกู้ชีพ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ในอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 80 คน มีขั้นตอน คือ การรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์สถานการณ์การป้องกันการบาดเจ็บทางถนน การจัดประชุมโดยใช้เทคนิคกระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม (A-I-C) การนำรูปแบบการพัฒนาไปใช้ การประเมินผลการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานการป้องกันการบาดเจ็บทางถนน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบเก็บรวบรวมข้อมูลแบบปฐมภูมิ แบบสัมภาษณ์เจาะลึก แบบสอบถามการมีส่วนร่วมของเครือข่ายการป้องกันการบาดเจ็บทางถนน และแบบสอบถามความพึงพอใจ
ผลการศึกษา พบว่า การพัฒนารูปแบบการป้องกันการบาดเจ็บทางถนน โดยใช้การประชุมเชิงปฏิบัติการวางแผนแบบมีส่วนร่วม เกิดรูปแบบการพัฒนา คือ 1) รูปแบบการจัดการข้อมูล การเฝ้าระวัง และจัดทำสถานการณ์ 2) รูปแบบการสอบสวนการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3) รูปแบบการขับเคลื่อนการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมของทีมสหสาขา 4) รูปแบบการวางแผนงาน โครงการ 5) รูปแบบการขับเคลื่อนทีมระดับตำบลในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน 6) รูปแบบการชี้เป้า และจัดการจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน 7) รูปแบบการดำเนินงานมาตรการชุมชน ด่านชุมชน และด่านครอบครัว 8) รูปแบบองค์กรความปลอดภัยทางถนน 9) รูปแบบสื่อสารความเสี่ยง 10) รูปแบบการรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ผลการประเมินการดำเนินงานการป้องกันการบาดเจ็บทางถนน พบว่า ตำบลที่มีทีมป้องกันการบาดเจ็บทางถนน ผ่านเกณฑ์ระดับดีเยี่ยม จำนวน 1 แห่ง ผ่านเกณฑ์ระดับดี จำนวน 6 แห่ง ผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐาน จำนวน 1 แห่ง การเกิดอุบัติเหตุทางถนน และจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลดลง เกิดนวัตกรรม ด่านชุมชนบ้านสวนอ้อยโมเดล ต้นกล้า RTI และด่านครอบครัวต้นแบบ
การมีส่วนร่วมของเครือข่ายป้องกันการบาดเจ็บทางถนน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก และการมีส่วนร่วมของเครือข่ายป้องกันการบาดเจ็บทางถนน หลังพัฒนารูปแบบการป้องกันการบาดเจ็บทางถนน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 และเครือข่ายป้องกันการบาดเจ็บทางถนน มีความพึงพอใจต่อการพัฒนารูปแบบ การป้องกันการบาดเจ็บทางถนน ภาพรวม อยู่ในระดับมาก จากผลการศึกษาในครั้งนี้ สามารถจัดทำแผนแม่บทชุมชนด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการป้องกันการบาดเจ็บทางถนนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
2. Iamtrakul, P., & Pimonsathean, P. Impact of Urban factors on road accident in Bangkok, Thailand. Lowland Technology International, 2010; 12 : 30-40.
3. Thai Health Promotion Foundationโครงการวิจัยกฎหมายจราจรทางบก.ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย และการจัดการ [อินเทอร์เน็ต], 2009. [The study of land traffic law: Enforcement and management 2017 10 1] ; Retrieved June 15, 2011, from http:// www.roadsafety.disaster.go.th/
4. ศิริชัย กาญจนวาสี. ทฤษฎีการประเมิน. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
5. ภาวิณี เอี่ยมตระกูล พิริยา ซิ้มเจริญ และ พรชัย จันทร์ถาวร. แนวทางศึกษาการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมี ส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนของเมือง: กรณีศึกษา เทศบาลเมืองท่าโขลง จังหวัดปทุมธานี [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2555.
6. รัชสถิต สุจริต ชมพูนุท โมราชาติ และสุรีย์ ธรรมิกบวร. แนวทางการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดยโสธร. ยโสธร : 2556.
7. พันชัย เม่นฉายและอาภาพรรณ สัตยาวิบูล. การพัฒนารูปแบบการลดอุบัติเหตุจราจรบนท้องถนนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดนนทบุรี.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ; 2556
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ประกาศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
|
บทความที่เผยแพร่ในวารสารโรคและภัยสุขภาพสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน |
นโยบายความเป็นส่วนตัว
|
ชื่อและที่อยู่ อีเมล์ ที่ระบุในวารสารโรคและภัยสุขภาพสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ จะใช้เพื่อระบุตามวัตถุประสงค์ของวารสารเท่านั้น และจะไม่นำไปใช้สำหรับวัตถุประสงค์อื่น หรือต่อบุคคลอื่น |


