การจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาโดยเภสัชกรในคลินิกโรคหืดอย่างง่ายโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: คลินิกโรคหืดอย่างง่าย โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จัดตั้งขึ้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 2547 เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหืดมีประสิทธิภาพอิงตามแนวทางการรักษาโรคที่ได้มาตรฐาน โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ อันได้แก่ แพทย์ พยาบาลและเภสัชกร อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยายังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ เนื่องจากโรคหืดเป็นโรคที่จำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานและยาที่ใช้มีเทคนิคการใช้พิเศษ จึงก่อให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาอันส่งผลถึงประสิทธิภาพการรักษา ดังนั้นเภสัชกรจึงมีบทบาทสำคัญในการจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดการใช้ยาที่ถูกต้องเหมาะสมเพิ่มขึ้น วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาและวิธีการจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาโดยเภสัชกรในคลินิกโรคหืดอย่างง่าย วิธีการ: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง ในผู้ป่วยโรคหืดที่มารับบริการ ณ คลินิกโรคหืดอย่างง่าย โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ถึง 30 มิถุนายน 2550 โดยคัดเลือกผู้ป่วยที่มาติดตามผลการรักษาอย่างน้อย 2 ครั้ง การประเมินผลการจัดการปัญหาจะประเมินในเวลานัดครั้งถัดไปของผู้ป่วย ผลการศึกษา: จำนวนผู้ป่วยที่คัดเลือกทั้งหมด 303 ราย มีเพศชาย 111 ราย(ร้อยละ 36.6) และเพศหญิง 192 ราย (ร้อยละ 63.4) จำนวนครั้งที่มารับบริการทั้งหมด 906 ครั้ง (3 ครั้งต่อคน) โดยมีผู้ป่วยที่เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา 225 ราย (ร้อยละ 74.3) จำนวนปัญหาที่พบ 591 ครั้ง ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ความไม่ร่วมมือในการใช้ยา (ร้อยละ 62.9) รองลงมาคือ การเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (ร้อยละ 36.2) สำหรับปัญหาความไม่ร่วมมือในการใช้ยาที่พบมากที่สุดคือ เทคนิคการใช้ยาสูดไม่ถูกวิธี (ร้อยละ 62.9) และการใช้ยาน้อยกว่าที่แพทย์สั่ง (ร้อยละ 32.0) เภสัชกรจัดการกับปัญหาดังกล่าวโดยให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ป่วย (ร้อยละ 98.7) และปรึกษาแพทย์ (ร้อยละ 1.3) ในส่วนของการให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ป่วยเภสัชกรใช้กลยุทธ์เพิ่มความร่วมมือในการใช้ยา (ร้อยละ 36.3) (ซึ่งได้แก่ การแนะนำให้ผู้ป่วยเข้าใจและเห็นความสำคัญของการใช้ยา เสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนการใช้ยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นต้น) การสอนเทคนิคการใช้ยาสูดที่ถูกวิธี (ร้อยละ 22.8) แนะนำการแก้ไขและป้องกันอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (ร้อยละ 20.4) และแนะนำให้ปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต (ร้อยละ 20.6) ผลลัพธ์ของการจัดการปัญหาพบว่าสามารถแก้ปัญหาได้ ร้อยละ 48.1 โดยสามารถแก้ไขปัญหาความไม่ร่วมมือในการใช้ยาได้ร้อยละ 49.2 แก้ไขปัญหาการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้ร้อยละ 44.9 และแก้ไขปัญหาอื่นๆโดยการปรึกษาแพทย์ได้ทั้งหมด สรุป: การจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาโดยเภสัชกรส่งผลให้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาของผู้ป่วยได้รับการแก้ไข และทำให้ผู้ป่วยมีการใช้ยาที่ถูกต้องเหมาะสมเพิ่มขึ้น
Article Details
กรณีที่ใช้บางส่วนจากผลงานของผู้อื่น ผู้นิพนธ์ต้อง ยืนยันว่าได้รับการอนุญาต (permission) ให้ใช้ผลงานบางส่วนจากผู้นิพนธ์ต้นฉบับ (Original author) เรียบร้อยแล้ว และต้องแนบเอกสารหลักฐาน ว่าได้รับการอนุญาต (permission) ประกอบมาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Armour C, Bosnic-Anticevich S, Brillant M, et al. 2007. Pharmacy asthma care program (PACP) improves outcomes for patients in the community. Abstract. Thorax 62(6): 496-592.
Balkrishnan R and Guniganti P. Noncompliance with medication regimens and complementary and alternative medicine use in asthma. http://www.chestnet.org. Accessed Jan 22, 2006.
Barbanel D, Eldridge S, Griffiths C. 2003. Can a self-management program delivered by a community pharmacist improve asthma control? A randomized trial. Thorax 58: 851-54.
Bednall R, McRobbie D, Hicks A. 2003. Identification of medication-related attendances at an A&E department. J Clin Pharm Ther 2003(28): 41-45.
Boonsawat W, Charoenphan P, Kiatboonsri S, et al. 2004. Survey of asthma control in Thailand. Respirology 2004(9): 373-378.
Burkhart PV, Rayens MK, Oakley MG, et al. 2007. Testing an intervention to promote children’s adherence to asthma self-management. J Nurs Sch 39(2): 133-140.
CipolleRJ, StrandLM, MorleyPC.1998. Pharmaceutical care practice. Graw-Hill. New York. Cochrane MG. 2000. Inhaled Corticosteroids for Asthma Therapy: Patient Compliance, Devices, and Inhalation Technique. Chest 117: 542-550.
Cordina M, McElnay JC, Hughes CM. 2001. Assessment of a community pharmacy-based program for patients with asthma. Pharmacoherapy 21: 1196-1203.
Dent LA, Stratton TP, and Cochran GA. 2002. Establishing an on-site pharmacy in a community health center to help indigent patients’ access medications and to improve care. Abstract. J Am Pharm Assoc (Wash)42(3): 497-507.
Herborg H, Soendergaad B, Froekjaer B, et al. 2001. Improving drug therapy for patients with asthma-part 1: patient outcomes. J Am Pharm Assoc 41: 539-550.
National Heart, Lung and Blood Institute / World Health Organization. 2006. Global initiative for asthma. Bethesda MD. National Institute of Health. National Heart, Lung and Blood Institute.
Pauley TR, Magee MJ, Cury JD. 1995. Pharmacist-managed, physician-directed asthma management program reduces emergency department visits. Ann pharmacother 29: 5-9.
Rea HH, Scragg R, Jackson R, et al. 1986. A case-control study of deaths from asthma. Thorax 41: 833-839.
Vlasnik JJ. 2005. Medication Adherence: Factors Influencing Compliance with Prescribed Medication Plans. TCM; March/April 2005.
Weinberger M, Murray MD, Marrero DG, et al. Effectiveness of pharmacist care for patients with reactive airway disease: a randomized controlled trial. 2002. JAMA 288(13): 1594-1602.