ความร่วมมือในการรับประทานยาต้านไวรัสเอดส์อย่างต่อเนื่องของผู้ป่วยผู้ใหญ่ ที่ติดเชื้อเอชไอวี

Main Article Content

กมลรัตน์ อินธิศักด์

บทคัดย่อ

โรคเอดส์เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี มีผลทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายผู้ติดเชื้ออ่อนแอลง เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสและเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ต้องให้ความร่วมมือในการรับประทานยาอย่าง ต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 จึงจะให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ไม่เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาส และลดโอกาสของการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาไปสู่ผู้อื่นได้ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือ เพื่อหาอัตราความสม่ำเสมอของการรับประทาน ยาต้านไวรัสเอดส์ของผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มารับยาต้านไวรัสเอดส์ ณ โรงพยาบาลศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย และเพื่อหา ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราความสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสเอดส์ ตัวอย่างคือผู้ป่วยที่มารับยาต้านไวรัสเอดส์ที่ โรงพยาบาล ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน พ.ศ. 2550 จำนวน 21 ราย ทุกรายได้รับยาสูตร 1 ตามโครงการการเข้าถึงบริการยาต้านไวรัสเอดส์ระดับชาติสำหรับผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์การประเมินความร่วมมือในการรับประทานยา ต้านไวรัสเอดส์อย่างต่อเนื่องวัดโดยใช้ visual analog scale, แบบบันทึกการนับเม็ดยาและแบบบันทึกเวลารับประทานยาพบว่า การประเมินโดยใช้ visual analog scale ผู้ป่วยร้อยละ 81.6 มีความร่วมมือในการรับประทานตรงตามเกณฑ์ ในช่วงเวลา 7 วันก่อนมาโรงพยาบาล และผู้ป่วยร้อยละ 61.9 มีความร่วมมือในการรับประทานยาตรงกำหนดในช่วงหนึ่งเดือนก่อนมาโรงพยาบาล การประเมินโดยใช้เครื่องมือแบบบันทึกการนับเม็ดยาผู้ป่วยแต่ละรายและการใช้ แบบบันทึกเวลารับประทานยาต้านไวรัสเอดส์ของผู้ป่วยพบว่า ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 90 มีอัตราความสม่ำเสมอในการรับประทานยาด้านไวรัสเอดส์ตั้งแต่ร้อยละ 95 ชื้นไป ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอัตราความสม่ำเสมอของการรับประทานยา ต้านไวรัสเอดส์ คือ อายุของผู้ป่วย สถานภาพสมรส อาชีพ ความสามารถในการสื่อสารของบุคลากร ความชัดเจนของ ข้อมูล ความเพียงพอของยา ความหลากหลายของยา และ ยาที่รับประทานง่าย

Article Details

ประเภทบทความ
เภสัชศาสตร์

เอกสารอ้างอิง

-