การเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาปฏิชีวนะระหว่างการให้ความรู้ร่วมกับการใช้โปรแกรมประยุกต์ MediSafe® เปรียบเทียบกับการได้รับบริการตามปกติในร้านยามหาวิทยาลัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทนำ: การไม่มีความร่วมมือในการใช้ยาปฏิชีวนะในร้านยา ทำให้การรักษาไม่มีประสิทธิภาพและทำ ให้เกิดการดื้อยาได้ สถานการณ์การดื้อยาปฏิชีวนะมีแนวโน้มสูงขึ้นและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาปฏิชีวนะระหว่างการให้ความรู้ร่วมกับการใช้ โปรแกรมประยุกต์ MediSafe® สำหรับแจ้งเตือนรับประทานยา เปรียบเทียบกับการได้รับบริการตามปกติในร้าน ยามหาวิทยาลัย จังหวัดมหาสารคาม วิธีดำเนินงานวิจัย : การศึกษานี้เป็นการวิจัยเซิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม จำนวน 60 คน เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม ถึง มีนาคม พ.ศ.2559 ศึกษาใน 4 กลุ่มโรค คือ โรคต่อมทอนซิลอักเสบและโรคคอหอยอักเสบ โรคไซนัสอักเสบ โรคท้องเสียเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โดยกลุ่มทดลองจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับใช้โปรแกรมประยุกต์ทั้งสองกลุ่มต้องตอบแบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะก่อนเช้าร่วมการศึกษา และติดตามหลังจากได้รับยา 3 วันเพื่อตอบแบบทดสอบความรู้ครั้งที่ 2และวันสิ้นสุดการรักษาจะติดตามอาการทางคลินิก และประเมินความร่วมมือในการใช้ยาปฏิชีวนะ ผลการวิจัย : กลุ่มทดลองมีความร่วมมือในการใช้ยาปฏิชีวนะสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (30 คน และ 16 คน ตามลำดับ, p<0.001) ค่าเฉลี่ยร้อยละความร่วมมือในการใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มทดลองมีค่าสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 97.0±5.81 และ 77.2±14.84 ตามสำดับ, p<0.001) อาการทางคลินิกหลังสิ้นสุดการรักษาของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน (p>0.05) คะแนนความรู้เฉลี่ยหลังการให้ความรู้ในกลุ่มทดลองมีค่าสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (12.5±2.01 คะแนน และ 10.0±2.31 คะแนน ตามลำดับ, p<0.001) สรุปผลการวิจัย : วิธีแจ้งเตือนโดยใช้ MediSafe® ร่วมกับการให้ความรู้ สามารถเพิ่ม ความร่วมมือในการใช้ยาปฏิชีวนะของผู้ป่วยได้
Article Details
กรณีที่ใช้บางส่วนจากผลงานของผู้อื่น ผู้นิพนธ์ต้อง ยืนยันว่าได้รับการอนุญาต (permission) ให้ใช้ผลงานบางส่วนจากผู้นิพนธ์ต้นฉบับ (Original author) เรียบร้อยแล้ว และต้องแนบเอกสารหลักฐาน ว่าได้รับการอนุญาต (permission) ประกอบมาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Chokejindachai. Current situation of the antimicrobial resistance in Thailand: a review. Health Systems Research Institute. 2007
Nick AF, Butler CC, Hood K, Simpson S, Wood F, Nuttall J, et al. Effect of using an interactive booklet about childhood respiratory tract infections in primary care consultations on reconsulting and antibiotic prescribing: a cluster randomised controlled trial. BMJ 2009; 339: b2885
Phookonhchai P. (2011). Telephone follow-up and educational interventions to improve treatment adherence in patients taking antibiotics. Mahasarakham University, Mahasarakham.
Sabin LL, DeSilva MB, Gill CJ, Ma ZL, Vian T, Wubin X, et al. Improving Adherence to Antiretroviral therapy with trigger real time text message reminder: The China through Technology study (CATS). JAIDS Journal of Acquired Immune Deficiency Syndromes Publish Ahead of Print. 2015
Suttajit S. A review of antimicrobial drug resistance situation in various nations. Social pharmacy research unit. Mahasarakham university; 2009.
Suwannatri D. (2011) Improving ahherence of antibiotics use with educational booklet and reminder card in patients taking antibiotics. Mahasarakham University, Mahasarakham.
Urien AM, Guillen VF, Beltran DO, Pinzotas CL, Perez ER, Arocena MO, et al. Telephonic back-up improves antibiotic compliance in acute tonsillitis/pharyngitis. International Journal of Antimicrobial Agents 23. 2004; 138u143