การวิเคราะห์ปริมาณเมลาโทนินและการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสกัดจากใบหม่อน

Main Article Content

ปัญญดา ปัญญาทิพย์
ปิยะสุดา โทสวนจิตร
สุธาสินี ทัพพสารพงศ์
ปราโมทย์ มหคุณากร
เพลินทิพย์ ภูทองกิ่ง
บรรลือ สังข์ทอง

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ


บทนำ: หม่อนเป็นพืชที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย มีการศึกษาพบว่าใบหม่อนมีสารเมลาโทนิน และสารสกัดจากใบหม่อนยังมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอีกด้วย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบปริมาณเมลาโทนินในใบหม่อน 8 สายพันธุ์ และศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสกัดจากใบหม่อน ได้แก่ ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ฤทธิ์ต้านเอนไซม์ไทโรซิเนส และฤทธิ์ต้านอักเสบ วัสดุและวิธีการทดลอง: นำผงใบหม่อนมาสกัดด้วยเมทานอล นำสารสกัดส่วนหนึ่งมาทำให้บริสุทธิ์ขึ้นด้วยตัวดูดซับของแข็ง แล้วนำไปวิเคราะห์หาปริมาณเมลาโทนินด้วยโครมาโตกราฟีของเหลวสมรรถนะสูงร่วมกับเครื่องตรวจวัดฟลูออเรสเซนต์ และนำสารสกัดเมทานอลมาคัดกรองฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา โดยทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH, ทดสอบการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส และทดสอบการยับยั้งการสร้างไนตริกออกไซด์ ผลการศึกษา: ใบหม่อนพันธุ์ที่มีปริมาณเมลาโทนินมากที่สุด คือ พันธุ์ไฟ (783.99 ng/g ของน้ำหนักแห้ง) และพันธุ์ที่มีน้อยที่สุดคือ พันธุ์อินโดนีเซีย (83.50 ng/g ของน้ำหนักแห้ง) สำหรับฤทธิ์ต้านออกซิเดชันของสารสกัดจากใบหม่อน พบว่าพันธุ์หมี มีฤทธิ์มากที่สุด (IC50 = 75.86 μg/ml) และพันธุ์ที่มีฤทธิ์ต่ำที่สุดคือ พันธุ์อินโดนีเซีย (IC50 = 998.55 μg/ml) ส่วนฤทธิ์ต้านเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ความเข้มข้น 100 μg/ml พบว่า พันธุ์ที่สามารถยับยั้งเอนไซม์ได้สูงที่สุด คือ พันธุ์ไผ่อุบล (36.02%) และพันธุ์ที่สามารถยับยั้งเอนไซม์ได้ต่ำที่สุด คือ พันธุ์หมี (20.00%) และฤทธิ์ต้านอักเสบของสารสกัดที่ความเข้มข้น 20 μg/ml พบว่า พันธุ์หมีสามารถยับยั้งการสร้าง     ไนตริกออกไซด์ได้มากที่สุด (78.62%) และพันธุ์โพธิ์ยับยั้งการสร้างไนตริกออกไซด์ได้ต่ำที่สุด (46.77%) สรุปผล: ปริมาณเมลาโทนิน ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ฤทธิ์ต้านเอนไซม์ไทโรซิเนส และฤทธิ์ต้านอักเสบ แตกต่างกันไปในใบหม่อนแต่ละสายพันธุ์

Article Details

ประเภทบทความ
Appendix

เอกสารอ้างอิง

-