Computer Program for Designing Appropriate Dosage Regimen of Vancomycin in Post Operative Congenital Heart Disease Pediatric Patients
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทนำ: ปัญหาของการใช้ยาแวนโคมัยซินคือผู้ป่วยแต่ละคนมีความแปรปรวนทางด้านพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ยามีค่าดัชนีการรักษาแคบ และยามีผลข้างเคียงในการรักษาเช่น พิษต่อไต ต่อหู และการเกิดเรดแมนซินโดรม (Red-man syndrome) ดังนั้นเพื่อให้การรักษาในผู้ป่วยแต่ละคนมีประสิทธิภาพสูงสุดและการเกิดผลข้างเคียงจากยาน้อยที่สุดจึงต้องมีการปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน วัตถุประสงค์ของการศึกษาในครั้งนี้คือการพัฒนาโปรแกรมจากข้อมูลผู้ป่วย 99 คนเพื่อใช้ในการคำนวณค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ แบบแผนการรักษา และทำนายความเข้มข้นระดับยาในเลือดของผู้ป่วยเด็กที่ใช้ยาแวนโคมัยซิน วิธีการดำเนินการวิจัย: โปรแกรมถูกพัฒนาโดยใช้โปรแกรม ไมโครซอฟท์ วิชวลสตูดิโอ 2008 (Microsoft visual studio .NET 2008) และเขียนด้วยภาษาซีชาร์ป (C#) และตรวจสอบความเที่ยงของโปรแกรมกับการศึกษาก่อนหน้าโดยใช้ค่ารากกำลังสองเฉลี่ย (RMSE) ผลการศึกษาวิจัย: การทดสอบความเที่ยงของโปรแกรม โดยมีผู้ป่วยเด็กจำนวน 13 รายที่นำมาทดสอบโดยคำนวณจากค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์และค่าความเข้มข้นของระดับยาในเลือด พบว่าค่ารากกำลังสองเฉลี่ยของค่าความเข้มข้นสูงสุดเป็น 3.21 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าความเข้มข้นต่ำสุดของยาเป็น 5.59 มิลลิกรัมต่อลิตรซึ่งน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาของ Marqués-Miñana MR และคณะ ซึ่งมีค่า RMSE ของค่าความเข้มข้นสูงสุดเป็น 7.17 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าความเข้มข้นต่ำสุดของ ยาเป็น 6.68 มิลลิกรัมต่อลิตร สรุปผลการวิจัย: โปรแกรมการคำนวณค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ของยาแวนโคมัยซินนในผู้ป่วยเด็กถูกพัฒนามาเพื่อออกแบบแบบแผนการให้ยา เพื่อให้การใช้งานมีสะดวกและรวดเร็วมากกว่าการคำนวณมือซึ่งเป็นประโยชน์กับเภสัชกรและบุคลากรทางการแพทย์ผู้เกี่ยวข้องกับการรักษาเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
Article Details
กรณีที่ใช้บางส่วนจากผลงานของผู้อื่น ผู้นิพนธ์ต้อง ยืนยันว่าได้รับการอนุญาต (permission) ให้ใช้ผลงานบางส่วนจากผู้นิพนธ์ต้นฉบับ (Original author) เรียบร้อยแล้ว และต้องแนบเอกสารหลักฐาน ว่าได้รับการอนุญาต (permission) ประกอบมาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Forouzesh A, Moise PA, Sakoulas G. Vancomycin Ototoxicity: a Reevaluation in an Era of Increasing Doses. Antimicrob Agents Chemother. 2009; 53(2): 483-6.
Keyserling HL, Sinkowitz-Cochran RL, Harris JM II, et al Vancomycin use in hospitalized pediatric patients. Pediatrics. 2003;112: e104-10.
Marqués-Miñana MR, Saadeddin A, Peris JE. Population pharmacokinetic analysis of vancomycin in neonate: A new proposal of initial dosage guideline. Br J Clin Pharmacol. 2010; 70(5): 713-20.
Preechagoon Y, Somsaard P. A Computer-based Pharmacokinetic Implementation for igoxin Therapeutic Monitoring in Pediatric Patients. CMU J Nat Sci. 2012; 11(1): 77-86.
Purwonugroho TA, Chulavatnatol S, Preechagoon Y, et al. Population Pharmacokinetics of Vancomycin in Thai Patients. The Scien World J. 2012: 1-8.
Sivagnanam S, Deleu D. Red man syndrome. Critical Care 2003, 7:119-20.
Shojania KG, Yokoe D, Platt R, et al. J Am Med Inform Assoc. 1998; 5: 554–62.
Teng CB, Rezai K, Itokazu GS, et al. Continuation of High-Dose Vancomycin despite Nephrotoxicity. Antimicrob. Agents Chemother. 2012, 56(6): 3470-1.
Vandecasteele SJ, De Vriese AS. Recent changes in vancomycin use in renal failure. Kidney Int. 2010; 77: 760–4.
Ye ZK, Tang HL, Zhai SD. Benefits of Therapeutic Drug Monitoring of Vancomycin: A Systematic Review and Meta-Analysis. Plos One. 2013; 8(10): 1-10.