ผลของสารก่อเจลและสารให้ความหวานต่อคุณลักษณะผลิตภัณฑ์เยลลี่สารสกัดมะปราง (Bouea macrophylla Griff)
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทนำ: มะปราง (Bouea macrophylla Griff) เป็นผลไม้ในวงศ์ Anacardiaceae องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญของมะปราง คือสารกลุ่มแคโรทีนอยด์และ ฟีนอลิก ซึ่งสารกลุ่มนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและโรคมะเร็ง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารก่อเจลและสารให้ความหวานต่อผลิตภัณฑ์เยลลี่สารสกัดมะปราง วิธีการดำเนินการวิจัย: ทดสอบหาตัวทำละลายที่เหมาะสมสำหรับสกัดมะปรางโดยใช้ตัวทำละลาย 3 ชนิดได้แก่ น้ำ เอทานอล ร้อยละ 50 และเอทานอล ร้อยละ 95 วิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญ ได้แก่ แคโรทีนอยด์รวม ฟีนอลิกรวม และการทดสอบผลผลิตร้อยละ (%Yield) ในสารสกัด จากนั้นนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เยลลี่ โดยใช้สารก่อเจล 2 ชนิดคือ เจลาตินที่ความเข้มข้น ร้อยละ 10, 12 และ 14 และเพคตินที่ความเข้มข้นร้อยละ 1, 1.2 และ 1.4 และสารให้ความหวานที่แตกต่างกัน 2 ชนิดคือซูโครสและซูคราโลส ผลิตภัณฑ์ที่ได้นำไปทดสอบคุณลักษณะทางเคมีและทางกายภาพ ผลการศึกษาวิจัย: ตัวทำละลายที่เหมาะสม จากการสกัดมะปรางคือเอทานอลร้อยละ 95 เนื่องจากให้ปริมาณแคโรทีนอยด์รวมและฟีนอลิกรวมมากที่สุดคือ ร้อยละ 4.64±0.23 และ 17.40±0.38 ตามลำดับ จากนั้นนำสารสกัดที่ได้มาเตรียมเป็นผลิตภัณฑ์ โดยการทดสอบสารก่อเจลและสารให้ความหวานซึ่งจะได้ผลิตภัณฑ์เยลลี่ทั้ง 12 สูตร โดยมีค่าความเป็นกรด - ด่างเฉลี่ยของตำรับอยู่ที่ 3.7±0.1 เมื่อทำการทดสอบลักษณะเนื้อสัมผัสพบว่าตำรับที่มีเจลาติน ร้อยละ 14 น้ำตาลซูโครสเป็นสารให้ความหวาน มีค่าความแข็งแรง (Firmness) ค่าการบดเคี้ยว (Chewiness) และค่าการยึดเกาะผลิตภัณฑ์ (Cohesiveness) สูงนอกจากนี้การใช้ เจลาตินร้อยละ 10 12 น้ำตาลซูโครสและน้ำตาลซูคราโลสมีค่ายืดหยุ่น (Springiness) สูง และการใช้เจลาตินร้อยละ 10 น้ำตาลซูโคสให้ค่าการยึดเกาะผลิตภัณฑ์ ค่าความแข็งแรง และค่าการบดเคี้ยว ต่ำสุดในผลิตภัณฑ์ สรุปผลการวิจัย:จากการศึกษาผลของสารก่อเจลจากลักษณะเนื้อสัมผัสพบว่าเจลาตินให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นได้ดีกว่าเพคติน และสารให้ความหวานเทียมจะเกิดความแข็งของเจลได้น้อยกว่าสารให้ความหวานจากธรรมชาติ
Article Details
กรณีที่ใช้บางส่วนจากผลงานของผู้อื่น ผู้นิพนธ์ต้อง ยืนยันว่าได้รับการอนุญาต (permission) ให้ใช้ผลงานบางส่วนจากผู้นิพนธ์ต้นฉบับ (Original author) เรียบร้อยแล้ว และต้องแนบเอกสารหลักฐาน ว่าได้รับการอนุญาต (permission) ประกอบมาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Chaleansuk, F.,The cultivation and propagation Maprang sweet -gooseberry. Bangkok: Publishers Petkaled ct, 1994.
Holm, K., et al. Sweetness and texture perceptions in structured gelatin gels with embedded sugar rich domains. Food Hydrocolloids 23 (2009) 2388–2393.
Laura, L., DeMar, Gregore, R., Ziegler. Texture and structure of gelatin/pectin-based gummy confection. Food Hydrocolloids15 (2001) 643–653.
Maisuthisakul, P., Sutthajit, M., Pongsawatmanit, R. Assessment of phenolic content and free radical-scavenging capacity of some Thai indigenous plants. Food Chemistry;100(2007): 409–418.
Nguyen Phuoc Minh. Various factors affecting to the production of Maprang (Thanh Tra) jam. International Journal of Multidisciplinary Research and Development2014; 1(5): 127-131.
Pacheco-Hernández MDL, et al. Chemical studies of Anthocyanins. Food Chemistry 2009; 113: 859–871.
Rinlapass Pukjinda. Formulation of health food from white kidney bean extract in the form of jelly. Nakhonpathom: Mahidol university 2012.
Supawadee Daodee, et al. Health product development from Bouea macrophylla Griffith and Antidesma velutinosum Blume: Their quality control and the study on memory deficit and depression. Khon Kaen: Khon Kaen University, 2014.
Vararat Chiving.The study of natural extracts on hyaluronidase inhibition. Khon Kaen: Khon Kaen University, 2013.
Mepanya Vilasinee. The complete study on the development of gummy jelly tamarind products. Phetchabun. : Rajabhat Phetchabun University, 2008.