ผลการให้ความรู้เรื่องการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมโดยเภสัชกร

Main Article Content

กนกกช บุศย์น้ำเพชร
ชญานิน กำลัง
ปัญญาภรณ์ ทรงสุนทรวงศ์
อัชฎา เหมะจันทร
เทพนรินทร์ ช่างประเสริฐ

บทคัดย่อ

มะเร็งเต้านมจัดเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง การรักษามะเร็งเต้านมโดยทั่วไปผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัด และในผู้ป่วยบางรายอาจต้องได้รับยาเคมีบำบัด รังสีรักษาหรือยาต้านฮอร์โมนร่วมด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรค อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยขาดความรู้ความเข้าใจและกลัว รวมถึงปฏิเสธการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด อาจส่งผลให้โรคลุกลามและกลับเป็นซ้ำได้ การจัดตั้งทีมสหสาขาวิชาชีพและมีเภสัชกรเป็นส่วนหนึ่งของทีมในการให้ข้อมูล คำปรึกษา จะสามารถทำให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือกับแผนการรักษาได้ดียิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ : เพื่อประเมินความรู้ของผู้ป่วยโดยเปรียบเทียบคะแนนความรู้เกี่ยวกับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมก่อนและหลังได้รับความรู้จากเภสัชกร ศึกษาการกลับมารับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์จากยาเคมีบำบัด และการจัดการอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น วิธีการศึกษา : เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาชนิดศึกษาไปข้างหน้า ผู้เข้าร่วมการศึกษาเป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มาผ่าตัดที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2561 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2562 และได้รับความรู้เรื่องการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดโดยเภสัชกร 2 ครั้ง คือ หลังผ่าตัด (ภายใน 1 สัปดาห์) และวันที่นัดมาพบแพทย์ เพื่อฟังแผนการรักษา เภสัชกรประเมินคะแนนความรู้ผู้ป่วยก่อนและหลังให้ความรู้เรื่องการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด โดยใช้แบบประเมินความรู้ และติดตามการกลับมารักษาต่อ การเกิดอาการไม่พึงประสงค์และการจัดการโดยการสัมภาษณ์ ผลการศึกษา : ผลการประเมินความรู้ของผู้ป่วย 41 ราย พบค่ามัธยฐานคะแนนความรู้หลังได้รับความรู้จากเภสัชกร (9 คะแนน) สูงกว่าค่ามัธยฐานคะแนนความรู้ก่อนได้รับความรู้จากเภสัชกร (7 คะแนน) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) โดยข้อคำถามที่ผู้ป่วยตอบถูกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.001) คือ “ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด” และพบผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 95.1) กลับมารับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดหรือยาต้านฮอร์โมนตามกำหนดเวลาภายใน 6 สัปดาห์หลังผ่าตัด สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยกลับมารับการรักษาไม่ทันตามกำหนด คือ ผู้ป่วยต้องทำหัตถการอื่น (ร้อยละ 4.9) อาการไม่พึงประสงค์ที่พบส่วนใหญ่เกิดในระบบทางเดินอาหารและมีความรุนแรงระดับ 1 คือ คลื่นไส้ร้อยละ 36.6 อาเจียนร้อยละ 22 ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ที่มีความรุนแรงระดับ 3 คือ อาการอาเจียน (ร้อยละ 2.4) ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล สรุปผลการศึกษา : การให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจเรื่องยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และส่งเสริมการกลับมารับการรักษาตามแผนอย่างต่อเนื่อง

Article Details

ประเภทบทความ
เภสัชกรรมปฏิบัติ (Pharmaceutical Practice)

เอกสารอ้างอิง

Baoraksa C, Chanthawong S. Assessment of knowledge in cancer patients undergoing chemotherapy at Udon Thani Hospital. Srinagarind Med J. 2018;33(5):495–500.

Dang CC, Amiruddin M, Lai SS, Low CF, et al. An emerging role of pharmacist in pre-chemotherapy counseling among breast cancer patients. Indian J Pharm Sci. 2017;79(2):294–302.

Cohen MR, Anderson RW, Attilio RM, et al. Preventing medication errors in cancer chemotherapy. Am J Health Syst Pharm. 1996;53:737–46.

Cushnie B, Hassarin S. Impact of pharmaceutical care in breast cancer patients receiving chemotherapy at Udonthani Cancer Hospital. Thai Cancer J. 2011;3:93–105.

Early Breast Cancer Trialists’ Collaborative Group. Systemic treatment of early breast cancer by hormonal, cytotoxic, or immune therapy. Lancet. 1992;339:71–85.

Hon YY, Evans WE. Making TDM work to optimize cancer chemotherapy: a multidisciplinary team approach. Clin Chem. 1998;44:388–400.

Karomprat A, Chaichan P, Santawesuk U, et al. Symptoms, symptom management and outcome in cancer patients undergoing chemotherapy. Srinagarind Med J. 2017;32(4):326–31.

Medical Digital Division, National Cancer Institute [Internet]. Bangkok: Hospital-based cancer registry; c2022 [cited 2024 Jul 9]. Available from: https://www.nci.go.th/th/cancer_record/download/Hosbased-2022-1.pdf

Ob-oun T, Kopol J, Phosahut P, et al. Adverse drug reaction monitoring and counseling in oncologic patients at Mahasarakham Hospital. In: The 4th Annual Northeast Pharmacy Research Conference of 2012 “Pharmacy Profession in Harmony”; 2012. Khon Kaen: Faculty of Pharmaceutical Sciences, Khon Kaen University; 2012. p. 135–43.

Subongkot S, Srisawat S, Pratheepawanit Johns N, et al. Outcome of chemotherapy counseling in oncology patients by pharmacist. Int J Pharm Sci. 2009;5(1):34–45.

Saransate R, Soorapan S, Pattharachayakul S, et al. Effects of pharmacist counseling for lymphoma patients at Songklanagarind Hospital: a randomized controlled trial. Songkla Med J. 2006;24(5):407–17.

Senkus E, Kyriakides S, Ohno S, et al. Primary breast cancer: ESMO clinical practice guidelines for diagnosis, treatment and follow-up. Ann Oncol. 2015;26 Suppl 5:v8–30.

Thongprasert S. Chemotherapy in cancer treatment. Chiang Mai: Thanaban Publishing; 1993.