สภาพการมีส่วนร่วมของชุมชนในงานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ: กรณีศึกษาจังหวัดมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
สภาพการมีส่วนร่วมของชุมชนกับงานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิของศูนย์สุขภาพชุมชน กรณีศึกษา จังหวัดมหาสารคาม ทำการศึกษาระหว่างตุลาคม 2546-เมษายน 2547 โดยสอบถามผู้รับผิดชอบงานของศูนย์สุขภาพชุมชนและการสัมภาษณ์สอบทานจากผู้แทนชุมชนที่สุ่มด้วยเกณฑ์ที่กำหนดโดยดูจากผลการสอบทานเครื่องมือประกอบด้วยแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามศูนย์สุขภาพชุมชนเพื่อวัดระดับความคิดเห็น 4 ระดับ โดยใช้กิจกรรมที่ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข 11 กิจกรรมใช้วิธีการจัดส่งและตอบกลับทางไปรษณีย์ ส่วนแบบสัมภาษณ์ที่ดำเนินการสัมภาษณ์ด้วยนักวิจัยคนเดียวโดยการสัมภาษณ์เน้นกิจกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและการใช้สมุนไพรในชุมชน ผู้ถูกสัมภาษณ์สุ่มจาก 3 กลุ่มคือผู้นำ ผู้ปฏิบัติ หรืออาสาสมัคร และประชาชน ศูนย์สุขภาพชุมชนทั้งหมด 77 แห่งตอบกลับ 60 แห่งคิดเป็นร้อยละ 77.9 ในจำนวนนี้ร้อยละ 50 เป็นศูนย์ สุขภาพชุมชนขนาดเล็ก ร้อยละ 70.0 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบล ร้อยละ 58.3 มีผู้แทนของชุมชนเป็นคณะทำงานพัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชน ร้อยละ 86.7 ตอบว่าชุมชนมีส่วนร่วมด้วยการอุทิศแรงงานความสามารถ นอกจากนั้นยังมีการบริจาคเงินเพื่อการปรับปรุงอาคารสถานที่ร้อยละ 43.3 เพื่อการจัดอบรมความรู้ด้านสุขภาพร้อยละ 26.7 เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ร้อยละ 15.0 ศูนย์สุขภาพชุมชนทุกแห่งประเมินระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนที่คาดหวังสูงกว่าความคิดเห็น ชุมชนที่สุ่มด้วยเกณฑ์ที่กำหนดมี 8 แห่ง ในจำนวนนี้มีชุมชน 5 แห่งตอบว่ามีส่วนร่วมในการประชุมคณะทำงานที่ศูนย์สุขภาพชุมชนจัดขึ้นและให้เงินสนับสนุนงานของศูนย์สุขภาพชุมชน ชุมชนคิดเห็นต่อระดับการมีส่วนร่วมแตกต่างกันกับผู้รับผิดชอบงานของศูนย์สุขภาพชุมชน สรุปได้ว่าชุมชนของจังหวัดมหาสารคามมีส่วนร่วมและช่วยเหลืองานของศูนย์สุขภาพชุมชน ด้วยการอุทิศแรงงาน เวลา ทรัพยากรและเงิน ศูนย์สุขภาพชุมชนกับชุมชนมีความคิดเห็นและความคาดหวังต่อการ มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวกับสุขภาพชุมชนแตกต่างกัน ซึ่งยังต้องการความชัดเจนในเรื่องทิศทาง แนวทางการ พัฒนาและความรู้ความเข้าใจที่จะมีส่วนสำคัญในการเสริมความเข้มแข็งให้ระบบบริการสุขภาพของไทยด้วยการที่ ชุมชนมีส่วนร่วม
Article Details
กรณีที่ใช้บางส่วนจากผลงานของผู้อื่น ผู้นิพนธ์ต้อง ยืนยันว่าได้รับการอนุญาต (permission) ให้ใช้ผลงานบางส่วนจากผู้นิพนธ์ต้นฉบับ (Original author) เรียบร้อยแล้ว และต้องแนบเอกสารหลักฐาน ว่าได้รับการอนุญาต (permission) ประกอบมาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Berwick DM, Thomas WN. (1998). Physicians as Leaders in Improving Care. Annals of Internal Medicine. 128(4): 289-292.
Brager G-, Specht H. (1973). Community Organization. New York : Columbia University Press.
Taearak p. (2002). Primary Care Reforn. In: Pramualratana p, Wibulpolprasert S, editors. Health Insurance System in Thailand. Health System Research Institute . Desire Co., Ltd. 209-223.
David J, Zakus L. (1998). Resource Dependency and Community Participation in Primary Health Care. Social Science and Medicine. 46(4): 475-494.
Kapariri L, Norheim OF, Heggenhougen K. (2003). Public Participation in health planning and priority setting. Health Policy and Planning. 18(2): 2052-231.
Morgan LM. (2001). Community Participation in health: perpetual allure, persistent challenge. Health Policy and Planning. 16(3): 221-230.
Ramiro LS, Castillo FA, Tan-Torres T, Torres DE, Tayag JG, Talampas RG, et al. (2001). Community Participation in local health boards in a decentralized setting: cases from the Philippines. Health Policy and Planning. 16(3): 221-230.
Sheriff and Webster. (2002). Community involvement work in health action zones learning for policy and practice. Standing Conference for Community Development, [cited March 31, 2004]. from: http://www.cdx.org.uk/resource.
Woelk GB. (1992). Cultural and Structural Influences in the Creation and Participation in Community Health Programmes. Social Science and Medicine. 35(4): 419-424.
World Health Organization. (1991). Community Involvement in Health Development: Challenging Health Services, Report Series 809. Geneva: World Health Organization.
World Health Organization. (2002). Community participation in local health and sustainable development: Approaches and techniques. European Sustainable Development and Health Series: 4. Geneva: World Health Organization.