การประเมินความเหมาะสมของยากลุ่ม Erythropoiesis stimulating agents ในผู้ป่วยโลหิตจางจากโรคไตเรื้อรัง: การศึกษาย้อนหลัง
Main Article Content
บทคัดย่อ
ภาวะโลหิตจางพบความชุกสูงในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายซึ่งมีสาเหตุจากการสร้างฮอร์โมนอิริทโธพอยอิตินไม่เพียงพอยากลุ่มอิริทโธพอยอิซิซ สติมูเลทติ่งเอเจ้น(อีเอสเอ) เป็นยาพื้นฐานที่รู้จักเป็นอย่างดีที่มีความจำเป็นในการรักษาภาวะโลหิตจาง ยากลุ่มอีเอสเอนั้นเป็นยาที่มูลค่ายาสูงใช้รักษาผู้ป่วยเฉพาะราย มีการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ 1. เพื่อประเมินรูปแบบการสั่งใช้ยากลุ่มอีเอสเอในผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจากโรคไตเรื้อรังตามประเภทยา(อีโพอิติน แอลฟ่า, อีโพอิติน เบต้าและ ออริจินัล แบรนด์, เจนเนอริก แบรนด์), 2. เพื่อประเมินประสิทธิผลและการปรับขนาดยาในกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 4 และระยะ 5 รวมถึงติดตามอาการไม่พึงประสงค์ เพียว เรด เซลล์ อะพลาเซียหรือ พีอาร์ซีเอจากการใช้ยา 3.เพื่อรวบรวมมูลค่ายาทั้งหมดจากการรักษาและมูลค่าจากการปรับขนาดยาไม่เหมาะสม วิธีดำเนินการวิจัย การศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบย้อนหลังเชิงพรรณนาโดยข้อมูลผู้ป่วยจะถูกรวบรวมขึ้นจากการเวชระเบียนของโรงพยาบาลราชวิถีในช่วงระหว่างเดือนมกราคม2556 – เมษายน 2559 ผลการศึกษา พบผู้ป่วยทั้งหมด 390 รายได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะโลหิตจางจากโรคไตเรื้อรังและได้รับยากลุ่ม อีเอสเอมีจำนวนผู้ป่วย 201 รายที่คัดเข้าการศึกษา และ 189 ราย ถูกคัดออกจากการศึกษาซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีข้อมูลไม่เพียงพอต่อการศึกษา ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต ผู้ป่วยที่ไม่ได้เริ่มใช้ยาในเดือนมกราคม 2556 จากกลุ่มผู้ป่วยที่คัดเข้าการศึกษามีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป พบผู้ป่วยจำนวน 39 รายคิดเป็น 19.4% ที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคไตเรื้อรังระยะ 4 และจำนวน 162 รายคิดเป็น 80.6% อยู่ในระยะ 5 โดยรวมกลุ่มผู้ป่วยทั้งก่อนได้รับการบำบัดทดแทนไตและเข้าสู่ระยะการบำบัดทดแทนไตทั้งการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม(เอชดี) หรือการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง(ซีเอพีดี) อีกทั้งพบผู้ป่วยจำนวน 142 ราย คิดเป็น 70.65% ได้รับยาประเภทอีโพอิติน แอลฟ่าและจำนวน 59 ราย คิดเป็น 29.35% ได้รับยา อีโพอิติน เบต้า ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบระหว่างการใช้ยา อีโพอิติน แอลฟ่าและ อีโพอิติน เบต้าต่อการรักษาระดับความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเลือดให้ถึงเป้าหมายในช่วง 10-12 g/dl พบว่ายาประเภท อีโพอิติน เบต้าสามารถรักษาระดับความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเลือดให้ถึงเป้าหมายดีกว่าได้รับยาประเภท อีโพอิติน แอลฟ่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value<0.05) ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับยาประเภท เจนเนอริก แบรนด์อีโพอิติน แอลฟ่าสามารถรักษาระดับฮีโมโกลบินให้คงที่และถึงเป้าหมายแตกต่างกันกับออริจินัล แบรนด์อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value>0.05) นอกจากนี้ในส่วนของมูลค่าต้นทุนทั้งหมดที่ใช้รักษาผู้ป่วยทั้งหมดเป็นจำนวนเงิน 19,077,533.97 บาท และมูลค่าที่มีการรักษาด้วยยาไม่เหมาะสมทั้งหมด 101,258.38 บาท และในการศึกษานี้ไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์พีอาร์ซีเอ สรุปผลการวิจัย การได้รับยากลุ่มอีเอสเอประเภทอีโพอิติน เบต้าสามารถรักษาระดับความเข้มข้นฮีโมโกลบินในเลือดให้คงที่ถึงเป้าหมายของผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจางจากโรคไตเรื้อรังระยะ 4 และระยะ 5 และไม่ว่าจะเป็น ออริจินัล แบรนด์หรือ เจนเนอริก แบรนด์ของยาประเภท อีโพอิติน แอลฟ่าสามารถรักษาระดับความเข้มข้นของฮีโมโกลบินให้คงที่ได้ไม่แตกต่างกัน และหากมีการปรับขนาดยาที่เหมาะสมสามารถช่วยประหยัดมูลค่าต้นทุนค่ายาในการรักษาได้
Article Details
กรณีที่ใช้บางส่วนจากผลงานของผู้อื่น ผู้นิพนธ์ต้อง ยืนยันว่าได้รับการอนุญาต (permission) ให้ใช้ผลงานบางส่วนจากผู้นิพนธ์ต้นฉบับ (Original author) เรียบร้อยแล้ว และต้องแนบเอกสารหลักฐาน ว่าได้รับการอนุญาต (permission) ประกอบมาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Domrongkitchaiporn S, Sritara P, Kitiyakara C,Stitchantrakul W, Krittaphol V, Lolekha P, et al. Risk factors for development of decreased kidney function in a southeast Asian population: a 12-year cohort study. J Am Soc Nephrol2005 Mar; 16(3):791-9.
Chittinandana A, Chailimpamontree W, Chaloeiphap P. Prevalence of chronic kidney disease in Thai adult population. J Med Assoc Thai2006 Aug; 89 Suppl: S112-20.
Ong-Ajyooth L, Vareesangthip K, KhonputsaP, Aekplakorn W. Prevalence of chronic kidney diseasein Thai adults: a national health survey. BMCNephrol2009; 10:35.
Ingsathit A, Thakkinstian A, Chaiprasert A, Sangthawan P, Gojaseni P, Kiattisunthorn K, et al. Prevalence and risk factors of chronic kidney disease in the Thai adult population: Thai SEEK study. Nephrol Dial Transplant May; 25(5):1567-75.
National list of essential medicines [online] 2012 [cited 2015 May 17]. Available form: https://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/principles/medicine/measurement#cite_note-1
Chongtrakul P. Rational drug therapy. Thai National Formulary [online] 2008 [cited 2015 May 17]. Available from: https://www.fda.moph.go.th/sites/drug/.../New/RDU%20curriculum%202017.pdf
KDIGO Clinical Practice Guideline for Anemia in Chronic Kidney Disease. VOLUME 2 | ISSUE 4 | AUGUST (2) 2012 [Available at : https://www.kidney-international.org ]
National Kidney Foundation. K/DOQI Clinical Practice Guidelines and Clinical Practice Recommendations for Anemia in Chronic Kidney Disease. Am J Kidney Dis 2006; 47 (suppl 3):S1-S146
Lissy M, Ode M, Roth K. Comparison of the Pharmacokinetic and Pharmacodynamic Profiles of One US-Marketed and Two European-Marketed Epoetin Alfas: A Randomized Prospective Study. Drugs in R&D. 2011 Mar; 11(1):61–75.
Palmer SC, Navaneethan SD, Craig JC et al. Meta-analysis: erythropoiesis stimulating agents in patients with chronic kidney disease. Ann Intern Med 2010; 153: 23–
Fink J, Blahut S, Reddy M et al. Use of erythropoietin before the initiation of dialysis and its impact on mortality. Am J Kidney Dis 2001; 37: 348–355
European best practice guidelines for the management of anemia in patients with chronic renal failure. Nephrol Dial Transplant 1999; 14: 1–50