การศึกษาความคงสภาพของอะเซ็ตตาโซลามายด์ในรูปแบบยาเตรียมเฉพาะคราวของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

Main Article Content

วรรณคล เชื้อมงคล
ชญานิศ ศรชัยธวัชวงศ์
ลัภพิกา เชียงเถียร
วรรณิภา ทองสอง

บทคัดย่อ

บทนำ: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบหาความคงสภาพของยาเตรียมเฉพาะคราวอะเซ็ตตาโซลามายด์ ในรูปแบบยาน้ำแขวนตะกอน ความแรง 10 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ที่เก็บในขวดสีชาที่สภาวะอุณหภูมิต่างๆ วัสดุและวิธีการทดลอง: ทดสอบความคงสภาพทางกายภาพและทางเคมีในสภาวะต่างๆ ได้แก่ อุณหภูมิตู้เย็น  (2-8 องศาเซลเซียส), อุณหภูมิห้อง (25-28 องศาเซลเซียส)  และอุณหภูมิเร่ง (45 องศาเซลเซียส) โดยทำการทดสอบในวันที่ 0, 7, 14, 21, 28 และ 42 ซึ่งความคงสภาพทางกายภาพประเมินจากสีของตำรับยา และการกระจายตัวของผงยาเมื่อเขย่า ส่วนความคงสภาพทางเคมีพิจารณาจากค่า  ความเป็นกรด-ด่าง และวิเคราะห์ร้อยละปริมาณตัวยาคงเหลือในตำรับยา ด้วยวิธี reversed phase HPLC โดยค่าที่ยอมรับได้ควรอยู่ในช่วงร้อยละ 90-110 ของปริมาณตัวยาเริ่มต้น ผลการทดลอง: จากการทดสอบความคงสภาพทางกายภาพ ไม่พบการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ทุกสภาวะของการทดสอบตลอดระยะเวลาที่ศึกษา ส่วนการทดสอบความคงสภาพทางเคมี เมื่อพิจารณาจากค่าความเป็นกรด-ด่าง ของยาพบว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ความเป็นกรด-ด่าง ของยาทุกสภาวะตลอดช่วงเวลาที่ใช้ทดสอบเช่นกัน สำหรับการวิเคราะห์ ร้อยละปริมาณตัวยาคงเหลือในตำรับยา ด้วยวิธี HPLC พบว่ายาเตรียมเฉพาะคราว อะเซ็ตตาโซลามายด์ ที่เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง (25-28 องศาเซลเซียส) และตู้เย็น (2-8 องศาเซลเซียส) พบว่ามีค่าอยู่ในช่วงร้อยละ 90-110 ตลอดระยะเวลา 42 วันที่ใช้ทดสอบ ส่วนที่อุณหภูมิเร่ง (45 องศาเซลเซียส) มี ร้อยละปริมาณตัวยาคงเหลือในตำรับยาอยู่ในช่วง 90-110 เป็นเวลา 28 วันและมีปริมาณตัวยาลดลงน้อยกว่าร้อยละ 90 ในวันที่ 42 ของการทดสอบ สรุปผล: ยาเตรียมเฉพาะคราว อะเซ็ตตาโซลามายด์ รูปแบบยาน้ำแขวนตะกอน ความแรง 10 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร สามารถเก็บในขวดสีชาที่อุณหภูมิห้องหรือตู้เย็นได้เป็นเวลา 42 วันโดยที่ยายังคงมีความแรงตามเกณฑ์

Article Details

ประเภทบทความ
เภสัชศาสตร์ (Pharmaceutical Sciences)
ประวัติผู้แต่ง

วรรณคล เชื้อมงคล, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

B.Pharm., M.Sc. (Clinical Pharmacy) Department of Clinical Pharmacy, Faculty of Pharmacy, Srinakharinwirot University, 63 Moo 7 Rangsit-Nakhonnayok Rd., Ongkarak, Nakhonnayok 26120, ThailandPhone: 037395094-5 or 026495000 ext 21660Fax 037395096

เอกสารอ้างอิง

Alexander KS, Haribhakti RP, Parker GA. Stability of acetazolamide in suspension compounded from tablets. Am J Hosp Pharm 1991; 48: 1241-1244.

Allen LV, Erickson MA. Stability of acetazolamide, allopurinol, azathioprine, clonazepam, and flucytosine in extemporaneously compounded oral liquids. Am J Health-Syst Pharm 1996; 53: 1944-1949.

Batzdorf U. The management of cerebral edema in pediatric practice. Pediatrics 1976; 58: 78-88.

International Conference on Harmonisation (ICH) expert working group. ICH harmonized tripartite guideline. Validation of analytical procedures: text and methodology Q2(R1). Commission of the European Communities; 1996.

Joungmunkong Z, Na-Ranong S, Rakrod S, Ornlaor S, Sila-on W. Accelerated stability testing of extemporaneous suspensions and reconstituted powder for suspensions of acetazolamide and furosemide. IJPS 2013; 9(1): 32-39.

Parasrampuria J, Das GV. Preformulation Studies of acetazolamide: effect of pH, two buffer species, ionic strength and temperature of its stability. J Pharm Sci 1989; 78: 855-857.

Sabri K, Levin AV. The additive effect of topical dorzolamide and systemic acetazolamide in pediatric glaucoma. J AAPOS 2006; 10(5): 464-468.

The United States Pharmacopoeia 31 and National Formulary 26. Acetazolamide oral suspensions (Revision Bulletin) [online] 2008 [cited 2013 Mar 7]. Available from: https://www.usp.org/sites/default/files/usp_pdf/EN/USPNF/acetazolamideOralSuspension.pdf.