การพัฒนาเกลือขัดผิวที่เตรียมจากเกลือทะเล
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทนำ: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกลือขัดผิวกายโดยใช้อิมัลชันเบสและเกลือทะเล ศึกษาความคงตัวทางกายภาพและศึกษานำร่องผลการใช้และความพึงพอใจ วัสดุและวิธีการทดลอง: เตรียมและประเมินอิมัลชันเบสที่มีอัตราส่วนของวัฏภาคน้ำมัน สารให้ความชุ่มชื้น สารทำให้ข้นแข็ง หรือสารคงความชื้นแตกต่างกัน เลือกยาพื้นที่มีลักษณะด้านต่างๆ เหมาะสมได้แก่ ความหนืด ความเหนอะหนะ ความมัน และการล้างน้ำออก มาเตรียมเกลือขัดผิวจากเกลือทะเลซึ่งผ่านแร่งความเข้มข้น 20% และทดสอบความคงตัวภายใต้สภาวะเร่ง เกลือขัดผิวที่เหมาะสมจะนำไปศึกษานำร่องผลการใช้และความพึงพอใจในอาสาสมัครสุขภาพดี 30 คน ผลการศึกษา: เลือกอิมัลชันเบสที่มีอัตราส่วนของวัฏภาคน้ำมันต่ำกว่า 40% สารให้ความชุ่มชื้น 10% สารทำให้ข้นแข็ง 22-24% และสารคงความชื้น 24% มาเตรียมเกลือขัดผิว เกลือขัดผิวที่พัฒนามีความคงตัวทางกายภาพดี ความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังใช้เกลือขัดผิวที่พัฒนา (P=0.005) คล้ายกับการใช้ผลิตภัณฑ์มาตรฐาน (P=0.035) เกลือขัดผิวที่พัฒนามีคะแนนความพึงพอใจใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์มาตรฐาน สรุปผล: สามารถพัฒนาเกลือขัดผิวจากอิมัลชันเบสด้วยอัตราส่วนของวัฏภาคน้ำมัน 36% และเกลือทะเลซึ่งผ่านแร่งความเข้มข้น 20% เกลือขัดผิวที่พัฒนามีความคงตัวทางกายภาพดีภายใต้สภาวะเร่ง มีผลการศึกษานำร่องของการใช้และความพึงพอใจใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์มาตรฐาน
Article Details
กรณีที่ใช้บางส่วนจากผลงานของผู้อื่น ผู้นิพนธ์ต้อง ยืนยันว่าได้รับการอนุญาต (permission) ให้ใช้ผลงานบางส่วนจากผู้นิพนธ์ต้นฉบับ (Original author) เรียบร้อยแล้ว และต้องแนบเอกสารหลักฐาน ว่าได้รับการอนุญาต (permission) ประกอบมาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Hunting LLA. Bath and shower products. In: H Butler, editor. Poucher's Perfumes, Cosmetics and Soaps. 10th ed. Netherlands: Kluwer Academic Publishers; 2000. 101-149.
Rau AH. Exfoliating skin care product. US2006/0104932A1(Patent) 2006.
Sun JZ, Parr JW. Formulating Scrubs. In: Cosmetics & Toiletries, editor. Skin care: theories & applications. IL: Allured Publishing; 2006. 201-208.
Thai Industrial Standards Institute. TCPS260/2004. Salt scrub. Bangkok: TISI; 2004.
Vinski P, Slavtcheff CS, Zhang JH, Crotty BA. Co smetic salt scrub product. US6551603B1 (Patent) 2003.