ผลของการใช้รูปแบบการทำงานเป็นทีมการพยาบาลร่วมกับการใช้กระบวนการพยาบาลต่อสมรรถนะการแก้ปัญหาของพยาบาลวิชาชีพและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกสะโพก
คำสำคัญ:
การทำงานเป็นทีมการพยาบาล, กระบวนการพยาบาล, สมรรถนะการแก้ปัญหาพยาบาลวิชาชีพ, พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะการแก้ปัญหาของพยาบาลวิชาชีพกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม และเปรียบเทียบพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกสะโพกกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม หลังการใช้รูปแบบการทำงานเป็นทีมการพยาบาลร่วมกับการใช้กระบวนการพยาบาล กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 22 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง จำนวนกลุ่มละ 11 คน ผู้สูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกสะโพก จำนวน 60 คนแบ่งเป็นกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง จำนวนกลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวมรวบข้อมูล คือ 1) แบบสอบถามสมรรถนะการแก้ปัญหาของพยาบาลวิชาชีพ พัฒนาจากแนวคิดของ (Potter & Perry, 2017) และ 2) แบบสอบ ถามพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกสะโพก พัฒนาจากแนวคิดของวีณา วงษ์งาม (2556) เครื่องมือทั้ง 2 ชุด ผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่า CVI แบบสอบถามสมรรถนะการแก้ปัญหาของพยาบาลวิชาชีพ เท่ากับ .96 และแบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุฯ เท่ากับ .92 ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.87 และ 0.80 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ Mann-Whitney Test ผลการวิจัย สอดคล้องกับสมมุติฐานที่กำหนด โดยพบว่า หลังการใช้รูปแบบการทำงานเป็นทีมการพยาบาลร่วมกับการใช้กระบวนการพยาบาล 1) พยาบาลวิชาชีพในกลุ่มทดลองมีสมรรถนะการแก้ปัญหาสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) ผู้สูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกสะโพกกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการดูแลตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพยาบาลผู้ป่วยควรตระหนักและให้ความสำคัญกับการวางแผนทำงานเป็นทีมร่วมกับกระบวนการทางการพยาบาลเพื่อช่วยให้พยาบาลวิชาชีพแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ มีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
เอกสารอ้างอิง
จิณพิชญ์ชา มะมม. (2562). การพยาบาลผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จิตติมา เอกวิโรจนสกุล. (2562). การป้องกันกระดูกหักซ้ำในผู้ป่วยสูงอายุที่เคยกระดูกสะโพกหักในโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 สุพรรณบุรี. วารสารแพทย์เขต4-5, 38(1), 39-49.
ชลธิชา โภชนกิจ, เกษตรชัย และหีม, และปรัชญานันท์ เที่ยงจรรยา. (2562). การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 39 (3), 137-149.
นาฏยา สุวรรณศิลป์. (2561). การทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสทธิภาพจองทีมงาน: กรณีศึกษากลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์. (ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปทุมธานี.
นิตยา ศรีญาณลักษณ์. (2557). การบริหารการพยาบาล. (พิมพ์ครั้งที่ 5). นนทบุรี: โครงการสวัสดิการวิชาการสถาบันพระบรมราชชนก.
รพีพรรณ นาคบุบผา, และไพลิน ถึงถิ่น. (2560). การพัฒนาการสอนโดยใช้โจทย์ปัญหา เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ไขปัญหาในการประเมินภาวะสุขภาพ และการพยาบาลมารดาและทารกในระยะคลอดปกติ. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 4 (พิเศษ), 102-114.
วีณา วงษ์งาม (2556) ผลของการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุมีกระดูกสะโพกหักระยะพักฟื้น. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
ศุภรัตน์ แจ่มแจ้ง, วิรดา อรรถเมธากุล, รัตนา นิลเลื่อม, และนาตยา วงศ์ยะรา. (2564). ผลของการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง ต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทางการพยาบาลและความมั่นใจ ในการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 4(3), 178-194.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2564). แผนยุทธศาสตร์สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. 2565-2569. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2559). แผนพัฒนาสุขภาพฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564). นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
Best, J. W. (1977). Research in Education. (3rd ed.). New Jersey: Prentice-Hall, Inc.
Mak, J. C., Cameron, I. D., & March, L. M. (2010). Evidence‐based guidelines for the management of hip fractures in older persons: an update. Medical Journal of Australia, 192(1), 37-41.
Marques, A., Lourenço, Ó., Da Silva, J. A. P., & Portuguese Working Group for the Study of the Burden of Hip Fractures in Portugal. (2015). The burden of osteoporotic hip fractures in Portugal: costs, health related quality of life and mortality. Osteoporosis international, 26(12), 2623-2630.
Nikkel, L. E., Fox, E. J., Black, K. P., Davis, C., Andersen, L., & Hollenbeak, C. S. (2012). Impact of comorbidities on hospitalization costs following hip fracture. Jbjs, 94(1), 9-17.
Potter, P. A. & Perry, A. G. (2017). Fundamental of Nursing. (9th ed). Philadelphia: Elsevier
Romig, D. A. (1996). Breakthrough teamwork : Out standing result using structured teamwork. Chicago: Irwin.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
