Publication Ethics

ข้อกำหนดจริยธรรมการตีพิมพ์บทความวิจัยและบทความวิชาการลงในวารสารพยาบาลตำรวจ

 

บรรณาธิการวารสาร

             วารสารพยาบาลตำรวจมีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของบรรณาธิการโดยบรรณาธิการต้องรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบของตน กล่าวคือ ต้องดำเนินการให้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านและผู้นิพนธ์ มีการปรับปรุงวารสารอย่างสม่ำเสมอให้มีคุณภาพของงานวิจัยที่ตีพิมพ์ ตลอดจนสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น คงไว้ซึ่งความถูกต้องของผลงานทางวิชาการ ปกป้องมาตรฐานของทรัพย์สินทางปัญญาจากความต้องการทางธุรกิจ เต็มใจที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดการตีพิมพ์ การทำให้เกิดความกระจ่าง การถอดถอนบทความ และการขออภัย

             ส่วนหน้าที่ของบรรณาธิการต่อผู้นิพนธ์ บรรณาธิการมีการดำเนินการให้บทความวิจัยหรือบทความวิชาการได้รับการตรวจสอบคุณภาพของบทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ โดยการตรวจสอบเนื้อหาว่ามีความสอดคล้องตรงตามวัตถุประสงค์ของวารสาร และผ่านผู้ทรงคุณวุฒิ (peer reviews) ในการพิจารณาความเหมาะสมและความถูกต้องในการตีพิมพ์อย่างน้อย 2 คน มีการชี้แจงหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบประเมินบทความวิจัยและบทความวิชาการ โดยมีการสรุปข้อเสนอแนะและประเด็นการแก้ไขจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 2 ท่าน ก่อนส่งให้ผู้นิพนธ์ ซึ่งผู้นิพนธ์สามารถสอบถามข้อสงสัยและเสนอความคิดเห็นในระบบวารสารออนไลน์ หรือสามารถ email รวมทั้งสามารถโทรศัพท์มาสอบถามบรรณาธิการได้ตามเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้

             บรรณาธิการจะไม่กลับคำตัดสินใจการปฏิเสธหรือตอบรับการตีพิมพ์บทความที่บรรณาธิการปัจจุบันหรือคนก่อนตอบปฏิเสธหรือตอบรับไปแล้ว ยกเว้นมีการพิสูจน์ได้จริงว่ามีปัญหาร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น หากยังคงยึดตามการตัดสินตอบรับหรือปฏิเสธการตีพิมพ์

             บรรณาธิการจัดพิมพ์คำแนะนำแก่ผู้ประเมินบทความ และมีการปรับปรุงคำแนะนำให้ทันสมัยอยู่เสมอ และมีระบบที่ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ประเมิน ซึ่งการส่งบทความวิจัยหรือบทความวิชาการไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินจะมีการลบชื่อผู้นิพนธ์ออกจากบทความ และเมื่อผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาให้ข้อเสนอแนะการแก้ไขกลับมาแล้ว กองบรรณาธิการจะทำการลบชื่อผู้ประเมินออกจากใบสรุปผลการประเมิน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการปกปิดข้อมูลทั้งสองทาง (double-blind) ที่ผู้นิพนธ์ไม่รู้ว่าผู้ประเมินเป็นใคร และผู้ประเมินไม่รู้ว่าผู้นิพนธ์เป็นใคร จะได้ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest: COI) แล้วสรุปข้อเสนอแนะของผู้ทรงวุฒิทั้ง 2 ท่าน เป็นหนึ่งฉบับ ภายใต้การดูแลของบรรณาธิการ ซึ่งอาจจะมีการเสนอประเด็นเพิ่มเติม

             บรรณาธิการเป็นผู้คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณาบทความวิจัยและบทความวิชาการตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องนั้น ๆ โดยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในเนื้อหา 1 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญในวิธีวิทยาการวิจัย 1 ท่าน หรือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในเนื้อหาและวิธีวิทยาการวิจัย

             กรณีที่ผู้นิพนธ์เป็นบุคคลภายนอก ผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาบทความวิจัยและบทความวิชาการอาจจะเป็นบุคคลภายในหรือบุคคลภายนอก ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผู้นิพนธ์ โดยพิจารณาตามความเชี่ยวชาญ

 

การร้องเรียน

             บรรณาธิการจะรับข้อร้องเรียนที่เป็นลายลักษณ์อักษร และแจ้งกลับแก่ผู้ร้องเรียน กองบรรณาธิการจะพิจารณาตามกระบวนการภายใน 1 เดือน หลังจากได้รับข้อร้องเรียน และจะแจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนทราบ หากข้อร้องเรียนดังกล่าวไม่ได้รับการดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ร้องเรียนสามารถยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลตำรวจ ซึ่งขั้นตอนการพิจารณาให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลตำรวจกำหนด

 

การขอหลักฐานแสดงการมีจริยธรรมและจรรยาบรรณาการวิจัย

            บรรณาธิการวารสารพยาบาลตำรวจสามารถร้องขอให้ผู้นิพนธ์ ส่งเอกสารการขออนุมัติจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB) จากคณะกรรมการทางจริยธรรมในงานของผู้นิพนธ์ เพื่อยืนยันความถูกต้องตามหลักจริยธรรมอันเป็นการคุ้มครองผู้ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย

 

การตีพิมพ์ข้อเสนอแนะจากผู้อ่าน

             บรรณาธิการวารสารพยาบาลตำรวจยินดีที่จะตีพิมพ์ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากผู้อ่านในวารสารพยาบาลตำรวจ

 

นโยบายและการดำเนินการด้านจริยธรรมการวิจัยของวารสารพยาบาลตำรวจ

      - หัวหน้ากองบรรณาธิการ/ บรรณาธิการ (editor) ต้องไม่มีการตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัยหรือบทความวิชาการในวารสารพยาบาลตำรวจ เพราะเป็นการทำให้เกิดผลประโยชน์หรือความขัดแย้งในประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest: COI)

      - บทความวิชาการหรือบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารพยาบาลตำรวจ จะได้รับการตรวจสอบการพิมพ์ซ้ำ/ซ้ำซ้อน (duplications/ plagiarism) ก่อนการตีพิมพ์ ดังนี้

               1. กรณีตรวจพบการตีพิมพ์ซ้ำซ้อนตั้งแต่กระบวนการส่งบทความเข้ามาในระบบวารสารออนไลน์ (online submission) บรรณาธิการวารสารสามารถตอบยกเลิกการรับเข้าสู่กระบวนการได้ตั้งแต่เบื้องต้น

               2. กรณีตรวจพบการตีพิมพ์ซ้ำซ้อนในขั้นตอนการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer reviews) กองบรรณาธิการมีมติยกเลิกการตีพิมพ์ กองบรรณาธิการจะแจ้งยกเลิกการตีพิมพ์ พร้อมเหตุผลแก่ผู้นิพนธ์ และจะไม่ให้สิทธิ์การอุทธรณ์แก่ผู้นิพนธ์ เพราะถือว่ามีเจตนาตีพิมพ์ซ้ำซ้อน

      - รายการการอ้างอิงที่นำมาอ้างอิงในบทความวิจัยหรือบทความวิชาการ ต้องไม่เก่าเกินกว่า 10 ปี ยกเว้นในกรณีที่เป็นทฤษฎีในระดับมหภาพหรือทฤษฎีขนาดใหญ่ (grand theory) เช่น ทฤษฎีทางสังคม ทฤษฎีทางจิตวิทยา หรือเป็นทฤษฎีที่รู้จักในศาสตร์นั้น ๆ ก็สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้ตามความเหมาะสม เช่น Orem’s Nursing Theory เป็นต้น แต่ทั้งนี้ต้องอ้างอิงให้ถูกต้องตามแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ (primary source) ไม่ใช้แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ (secondary source) หรือ แหล่งข้อมูลตติยภูมิ (tertiary source) เพราะอาจมีการอ้างอิงผิดหรือไม่สอดคล้องหรือไม่ถูกต้องตามที่มีปรากฎจริงในเนื้อหาของแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ

      - ค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์เป็นไปตามกำหนดของวารสารพยาบาลตำรวจ หากผู้ทรงวุฒิ (peer reviews) ได้อ่านและพิจารณาบทความที่ส่งมาแล้ว เห็นสมควรให้เพิ่มเติมเนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญ จะไม่มีการบวกเงินเพิ่มจากจำนวนหน้าที่เกินจากที่กำหนด (no page charge)

      - หากตรวจพบว่า ผู้นิพนธ์กระทำผิดด้านจริยธรรมหรือจรรยาบรรณนักวิจัยหรือนักวิชาการ เช่น ไปคัดลอกงานผู้อื่นโดยไม่อ้างอิง หรือ ทำการอ้างอิงงานของตนเอง (self-citation) โดยไม่มีการปรับรูปแบบการเขียน ผู้นิพนธ์ จะต้องแก้ไขให้ถูกต้องตามหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณของนักวิจัยและนักวิชาการ

      - กองบรรณาธิการวารสารจะไม่รับพิจารณาบทความวิจัยที่ไม่ได้แบ่งเป็นระยะของโครงการวิจัยขนาดใหญ่อย่างชัดเจน และเมื่อกองบรรณาธิการตรวจพบการกระทำในลักษณะดังกล่าว จะยกเลิกการตีพิมพ์บทความวิจัยได้ในทันทีที่ทราบข้อเท็จจริง

 

ผู้ประเมินบทความวิชาการ/บทความวิจัย (Reviewer)

      1. ผู้ประเมินบทความวิชาการ/บทความวิจัยต้องรักษาความลับและไม่เปิดเผยข้อมูลของบทความที่ส่งมาพิจารณาแก่บุคคลอื่น

      2. ผู้ประเมินบทความวิชาการ/บทความวิจัย ควรประเมินบทความในสาขาวิชาที่ตนมีความเชี่ยวชาญ รวมทั้งคำนึงถึงคุณภาพของงาน ความเข้มข้นของเนื้อหา ความถูกต้องในเชิงวิธีวิทยาการวิจัย และให้ความสำคัญกับข้อค้นพบในบทความวิชาการ/บทความวิจัยที่จะมีประโยชน์ต่อสาขาวิชานั้น

      3. ในกรณีที่ผู้ที่ประเมินบทความวิชาการ/บทความวิจัยตระหนักว่าตนเองอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียนบทความ (conflict of interest) หลังได้รับมอบหมายบทความวิชาการ/บทความวิจัยจากบรรณาธิการ เช่น เป็นกรรมการหรือผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาผลงานวิชาการ/ บทความวิจัย/ บทความวิชาการของผู้เขียน หรือเป็นผู้ร่วมโครงการ/อนุมัติโครงการ หรือรู้จักกับผู้เขียนเป็นการส่วนตัว หรือมีเหตุผลอื่นที่ทำให้ไม่สามารถพิจารณาบทความวิชาการ/บทความวิจัยได้อย่างอิสระ ผู้ประเมินบทความควรแจ้งให้บรรณาธิการทราบ และปฏิเสธการประเมินบทความวิชาการ/บทความวิจัยในระบบ

      4. ผู้ประเมินบทความวิชาการ/บทความวิจัยต้องมีการตรวจสอบว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความวิชาการ/บทความวิจัยที่มีความเหมือนหรือซ้ำซ้อนกับผลงานอื่น แล้วแจ้งให้บรรณาธิการทราบ

      5. ผู้ประเมินบทความวิชาการ/บทความวิจัยควรให้ข้อเสนอแนะที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม โดยระบุแหล่งข้อมูลสำคัญ หรือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สอดคล้องและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาบทความที่กำลังประเมิน