กระบวนการเสพติด ผลกระทบต่อสุขภาพและครอบครัวของผู้เสพไอซ์
คำสำคัญ:
ไอซ์, ผลกระทบ, ครอบครัว, กระบวนการเสพ, ยาเสพติด, สุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยแบบผสม (Mixed methods research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการเสพติดไอซ์ และผลกระทบของการเสพไอซ์ต่อผู้เสพและครอบครัว กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เสพไอซ์ที่เข้ารับการบำบัดรักษาในสถาบันธัญญารักษ์ จำนวน 118 คน เครื่องมือประกอบด้วยแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ เสนอเป็นความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) ผลการศึกษา พบว่า
- 1. ผู้เสพไอซ์ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 39 ± 6.0 ปี สถานภาพโสด จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่ได้ประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่เสพโดยวิธีการสูบผ่านน้ำ ปริมาณที่เสพต่อวันมีค่ามัธยฐาน 1 กรัม และเสพทุกวัน ระยะเวลาที่เสพจนถึงปัจจุบันเฉลี่ย 2.87 ปี และใช้ที่พักอาศัยเป็นที่เสพ
- กระบวนการเสพไอซ์แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ 1) ระยะเริ่มต้น ผู้เสพไอซ์รายใหม่ ให้เหตุผลในการเสพ คือ ทดลองใช้เพราะความอยากรู้อยากเห็น ช่วยปลดปล่อยความเครียดและความทุกข์ ต้องการให้มีรูปร่างผอมสวยและผิวขาว ความจำเป็นในการประกอบอาชีพ และ ช่วยให้จดจำหรืออ่านหนังสือได้นานขึ้นเพื่อเตรียมตัวสอบ ส่วนผู้ที่มีประสบการณ์ในการเสพยาเสพติดชนิดอื่นมาแล้วให้เหตุผลว่า เพราะอยากลองเทียบรสชาติกับยาเสพติดชนิดอื่น ทดแทนยาบ้าที่ราคาแพงและหาซื้อยาก มีผลกระทบต่อสุขภาพน้อยกว่ายาบ้า และคุ้มค่าราคาถูกกว่ายาบ้า 2) ระยะเสพต่อเนื่อง เป็นการเสพอย่างต่อเนื่องซึ่งเกิดจาก รู้สึกติดใจหรือประทับใจต่อความรู้สึกที่เกิดหลังเสพยาครั้งแรก พึงพอใจที่ได้รับการตอบสนองทางอารมณ์ มีเงินมากพอในการหาซื้อมาเสพได้ และ ชอบความสนุกสนานจากการเที่ยวกลางคืน 3) ระยะติดยา เป็นระยะที่ผู้เสพเชื่อว่าไอซ์สามารถตอบสนองความต้องการได้ ดังนี้ เพิ่มความขยันอดทนและมุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จ ทำให้มีความสุขและรู้สึกสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อน ช่วยให้รูปร่างผอมบางและผิวพรรณขาวเนียนสวย ปรับสถานภาพทางสังคมของผู้เสพให้สูงขึ้น และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และ 4) ระยะเลิกยา ผู้เสพเริ่มยอมรับว่าตนเองติดยาเมื่อพบว่าเกิดผลกระทบต่อสุขภาพตนเองและครอบครัว โดยพยายามหยุดหรือเลิกใช้ยาเสพติดด้วยตนเอง แต่ไม่สามารถเลิกได้ จึงตัดสินใจเข้ารับการบำบัดรักษา ส่วนบางรายเข้ารับการบำบัดเพราะถูกตำรวจจับในฐานครอบครองหรือเสพยาเสพติด
- 3. ผลกระทบจากการเสพไอซ์ พบว่า ทางสุขภาพได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งด้านร่างกาย ด้านสมองและความจำ ด้านอารมณ์และพฤติกรรมผิดปกติ ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน และมีอาการทางจิตประสาทรุนแรง ส่วนผลกระทบต่อครอบครัว พบว่า สัมพันธภาพในครอบครัวเสียไปและไม่ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกในครอบครัว
สรุป กระบวนการเสพไอซ์มีความคล้ายคลึงกับกระบวนการเสพยาบ้า แต่เหตุผลของการเสพไอซ์ที่มีความแตกต่างจากยาบ้า คือ เกิดจากความเชื่อที่ไม่ถูกต้องว่า ไอซ์ทำให้ผิวพรรณสวยงาม ผิวขาว หน้าใส ทำให้ตนเองมีสถานภาพทางสังคมสูงกว่ากลุ่มที่เสพยาบ้า และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าตนเองเสพยา เนื่องจากการเสพไอซ์ไม่ทำให้ผู้เสพมีความผิดปกติไปจากผู้ที่ไม่เสพยา ไอซ์จะมีผลทำให้เกิดอาการทางจิตประสาทได้รวดเร็วและรุนแรงกว่ายาบ้า
ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาพบว่าการเสพไอซ์เกิดจากความเชื่อที่ผิด จึงควรมีการรณรงค์ หรือจัดทำสื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องถึงโทษพิษภัยและอันตราย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่กำลังศึกษาและกลุ่มวัยทำงาน เพื่อป้องกันการเข้าไปสู่กระบวนการเสพยาในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น
เอกสารอ้างอิง
2. มานพ คณะโต บสพร อนุสรณ์พาณิชกุล วรพล หนูนุ่น. เอกสารประมวลความรู้ไอซ์. เครือข่าย
พัฒนาวิชาการและข้อมูลสารเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2553
3. สถานการณ์ปัญหายาเสพติดและแนวโน้มของปัญหาช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ.2549-2553.
www.nccd.go.th/upload/content/sujjj.pdf.pdf
4. สถาบันธัญญารักษ์. สถิติการบำบัดรักษา. http://www.thanyarak.go.th/thai/index.ph?option=com 2554.
5. Sun A.P. (2007). Relapse among Substance-Abusing Women: Components and Process. Substance use & misuse 2007; 42:1-21.
6. ปิยะรัตน์ โกวิทตรพงศ์. ยาที่ออกฤทธ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง. เอกสารประกอบการประชุม
เชิงวิชาการเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พื้นฐานชีววิทยาระบบประสาทและพฤติกรรม” จัดโดย สถาบันวิจัยและ
พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัย
มหิดล. วันที่ 11-13 พฤษภาคม. กรุงเทพฯ; 2542.
7. เพ็ญนภา ภูวฤทธิ์. ยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง และยาลดความอ้วน. ในเพ็ญนภา ภูวฤทธิ์
ประจักร เหิกขุนทด ปิยะวรรณ ตั้งบัณฑิต, บรรณาธิการ. เภสัชวิทยา เล่ม 3. กรุงเทพฯ :
บริษัทประชุมช่าง จำกัด; 2546. หน้า 265-301.
8. ขนิษฐา ตันติศิรินทร์. เภสัชวิทยาของยาไอซ์. ในเอกสารประกอบการประชุมวิชาการยาเสพติด
แห่งชาติครั้งที่ 12 ยาเสพติด : ดูแลด้วยใจ หายได้ด้วยเทคโนโลยี วันที่ 12-14 กรกฎาคม 2554
ณ ห้องประชุมอิมแพ็ค คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 9 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี; 2554.
9. ฐิติพงศ์ ตั้งประเสริฐ. ปาร์ตี้ยาอี : กระบวนการกลุ่มและความสัมพันธ์ทางสังคม. ปริญญานิพนธ์
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายและการวางแผนสังคม มหาวิทยาลัยเกริก; 2542.
10. ศิริโรจน์ รัฐประเสริฐ. สาเหตุและพฤติกรรมการเสพยาอี : ศึกษาเฉพาะกรณีกลุ่มผู้เสพยาอี.
วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาสังคมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาอาชญวิทยาและงานยุติธรรม บัณฑิต
วิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดล; 2543.
11. นิรนาท แสนสา. กระบวนการเข้าสู่การใช้ยาบ้าของนักเรียนวัยรุ่น. ปริญญานิพนธ์ การศึกษา
ดุษฎีบัณฑิต สาขาพัฒนาศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพฯ; 2543.
12. การจำแนกประเภทของกลุ่มทางสังคมวิทยา. สืบค้นจาก http://www.bannjomyut.com /
library/social_science/19.html. สืบค้น 13 ธันวาคม 2554.
13. สุภาวดี อรรคนิตย์. การกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดของวัยรุ่น. วิทยานิพนธ์หลักสูตรรัฐ
ประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา; 2549.
14. พันธ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์. โรคจิตจากเมทแอมเฟตามีน : ประสบการณ์เรียนรู้จากประเทศไทย.
กรุงเทพฯ : บริษัทบียอน พับลิสชิ่ง จำกัด; 2551.
15. จุฑามณี สุทธิสีสังข์. ยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ในจุฑามณี สุทธิสีสังข์ รัชนี เมฆมณี
บรรณาธิการ เภสัชวิทยา เล่ม1. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ : บริษัท นิวไทยมิตรการพิมพ์; 2542. หน้า
265-301.
16. First Native Centre. The Emerging Issue of Crystal Methamphetamine Use in First Nations
Communities A Discussion Paper; 2006.