การศึกษาลักษณะอาการทางจิตเวชในผู้ป่วยเสพสารกลุ่มแอมเฟตามีน ของผู้ป่วยในสถาบันธัญญารักษ์
คำสำคัญ:
ลักษณะอาการทางจิตเวช, ผู้ป่วยเสพสารกลุ่มแอมเฟตามีน, สถาบันธัญญารักษ์บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะอาการทางจิตเวชในผู้ป่วยเสพสารกลุ่มแอมเฟตามีนที่เข้ารับการบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยในระยะบำบัดด้วยยาของสถาบันธัญญารักษ์ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยยาเสพติดในกลุ่มแอมเฟตามีน ได้แก่ ยาบ้า ยาอี ยาไอซ์ โคเคน ที่เข้ารับการบัดรักษาแบบผู้ป่วยในระยะบำบัดด้วยยาของสถาบันธัญญารักษ์ จำนวนทั้งสิ้น 401 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการทางจิต จำนวน 91 คน และกลุ่มที่แพทย์วินิจฉัยว่าไม่มีอาการทางจิต จำนวน 310 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินอาการทางจิต (Brief Psychiatric Rating Scale: BPRS) แบบประเมินอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล (Hospital Anxiety Depression Scale: HADS) และแบบประเมินคุณภาพการนอนหลับ (Pittsburgh Sleep Quality Index: PSQI) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบความแตกต่างด้วยสถิติ pair t-test
ผลการศึกษา พบว่า ในกลุ่มที่แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการทางจิตเป็นเพศหญิง (ร้อยละ 54.9) อายุอยู่ในช่วง 16-48 ปี อายุเฉลี่ยเท่ากับ 27.3 ปี สถานภาพโสด (ร้อยละ 59.3) และจบระดับมัธยมศึกษา (ร้อยละ 40.6) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ว่างงาน (ร้อยละ 46.1) โดยมีรายได้เฉลี่ยเท่ากับ 9,573.30 บาท ส่วนยาเสพติดที่ใช้ปัจจุบันเป็นยาบ้า (ร้อยละ 56.0) ใช้วิธีการสูบ (ร้อยละ 96.7) ระยะเวลาที่ใช้ยาเสพติดอยู่ในช่วง 1-3 ปี (ร้อยละ 38.5) ใช้ในปริมาณ 1-3 เม็ด/วัน (ร้อยละ 62.6) และเสพ 2 - 3 ครั้ง/สัปดาห์ (ร้อยละ 30.8) พบอาการวิตกกังวลและความรู้สึกระแวงว่ามีคนมุ่งร้ายมากที่สุด (ร้อยละ 91.2) รองลงมาได้แก่อาการซึมเศร้า (ร้อยละ 86.8) และอาการประสาทหลอน (ร้อยละ 85.7) ตามลำดับ ค่าคะแนนเฉลี่ยของอาการทางจิตของสัปดาห์ที่ 2
( X = 27.94, SD = 13.19) ลดลงจากสัปดาห์ที่ 1 (X = 39.06, SD = 13.35) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในกลุ่มตัวอย่างที่แพทย์วินิจฉัยว่าไม่มีอาการทางจิต พบว่ามีปัญหาด้านการนอนหลับมากที่สุด (ร้อยละ 51.61 ) และอาการทางจิตเวช เช่น ภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า ในกลุ่มผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดมักพบได้สูงกว่าในประชากรทั่วไป ดังนั้นจึงควรต้องเฝ้าระวังการเกิดอาการเหล่านี้ เพื่อป้องกันการทำร้ายตนเองและสามารถให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
เอกสารอ้างอิง
2. พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์. โรคจิตจากเมทแอมเฟตามีน: ทบทวนวรรณกรรม.วารสารสวนปรุง. 2546; 19: 1-15.
3. สถาบันธัญญารักษ์ กระทรวงสาธารณสุข. สถิติผู้ป่วยสถาบันธัญญารักษ์ ปี 2552. ปทุมธานี: สถาบันธัญญารักษ์; 2552.
4. วิโรจน์ วีรชัย และคณะ. ตำราเวชศาสตร์การเสพติด. กรุงเทพฯ : สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2548.
5. จงรักษ์ กุลเศรษฐี. การบำบัดรักษาผู้ป่วยยาบ้า โรงพยาบาลธัญญารักษ์. วารสารกรมการแพทย์ 2541; 23(4).
6. สุพรรณี โพธิ. การศึกษาความสัมพันธ์อาการทางจิตประสาทกับแบบแผนการเสพแอมเฟตามีนของผู้ป่วยรายใหม่ที่มารับการบำบัดรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์. กรุงเทพฯ : โรงพยาบาลธัญญารักษ์; 2543.
7. ก.สินศักดิ์ สุวรรณโชติ. ปัจจัยทางจิต-สังคมของผู้ป่วยรายใหม่ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ด้วยภาวะผิดปกติจากการใช้ยาบ้าและเฮโรอีน วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขภาพจิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
8.สิน พันธุ์พินิจ. เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์.กรุงเทพฯ : วิทยพัฒน์; 2551.
9. พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์และคณะ. การ ดำเนินโรคทางคลินิกและผลที่ตามมาของโรคจิตจาก เมทแอมเฟตามีน : การสำรวจทางคลินิก . เชียงใหม่ : โรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต; 2543.
10. มาโนช หล่อตระกูล. คู่มือการดูแลผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชสำหรับแพทย์. กรมสุขภาพจิต;2544.
11. ฉันทนา แรงสิงห์. คุณภาพการนอนหลับและภาวะสุขภาพจิตของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลรัฐ เขตกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
12. กิตติพงศ์ สานิชวรรณกุล, พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์, สุรเชษฐ ผ่องธัญญาและวนิดา พุ่มไพศาลชัย. ลักษณะอาการผู้ป่วยโรคจิตจากแอมเฟตามีนที่เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลสวนปรุง เชียงใหม่ : โรงพยาบาลสวนปรุง; 2542.
13. ศิวาภรณ์ โกศล. คุณภาพการนอนหลับของ บุคลากรทางสุขภาพในมหาวิทยาลัยมหิดล.
วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต สาขาการพยาบาล.กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหิดล; 2538.
14. อุทัย สุขวิวัฒน์สิริกุล. ยาบ้าและยาไอซ์ผลต่อร่างกายและจิตใจ. เข้าถึงได้จาก : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=658509 สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2555.