การมีส่วนร่วมในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ของแกนนำเยาวชน TO BE NUMBER ONE ระดับมัธยมศึกษา จังหวัดขอนแก่น : การประเมินผล
คำสำคัญ:
เยาวชนTO BE NUMBER ONE, แกนนำ, การมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
การมีส่วนร่วมในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด หาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านการสนับสนุนจากองค์กร ปัจจัยทำนายการมีส่วนร่วมในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วม ในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ของแกนนำเยาวชน TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ แกนนำเยาวชน TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สุ่มตัวอย่าง ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเป็นกลุ่ม (Cluster Random Sampling ) จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา ขนาดใหญ่ 1 แห่ง ขนาดกลาง 1 แห่ง ขนาดเล็ก 1 แห่ง จำนวน 226 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ และตรวจสอบความเที่ยงของแบบสอบถาม โดยใช้วิธีหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาช (Cronbrach’s Apha Coefficient) มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัธยฐาน ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการศึกษา พบว่า ระดับการมีส่วนร่วมในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของแกนนำเยาวชน TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นโดยรวมพบว่าการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับมาก (Mean =3.57, S.D. =0.72) และปัจจัยที่สามารถพยากรณ์การมีส่วนร่วมในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของแกนนำเยาวชน TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ได้แก่ การสนับสนุนจากองค์การ ด้านการจัดการและด้านวัสดุอุปกรณ์ ตามลำดับโดยร่วมกันพยากรณ์ได้ร้อยละ 43.1ปัญหาหลักที่พบ คือ การสนับสนุนจากองค์การด้านงบประมาณ ร้อยละ 48
เอกสารอ้างอิง
2. ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.). สรุปผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด พ.ศ. 2555. กรุงเทพ: สำนักงานป.ป.ส.; 2554.
3. วุฒิพงษ์ ภักดีกุล. ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของคณะ
กรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุข
ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุข บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2549.
4. Schermerhorn, JR. Introduction to Management. New York: John Wiley & Sons, Inc;
2010.
5. ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น (ศพส.จ.ขก.). สรุปผลการ
ดำเนินงานตาม แผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น. ขอนแก่น:
ศพส.จ.ขก.; 2555.
6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่นเขต 25. สรุปผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER
ONE. ขอนแก่น: สพม.25;2557.
7. พยุง ศรีกงพาน และประจักร บัวผัน. การสนับสนุนจากองค์การที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมในการ
ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประธานเครือข่ายระดับหมู่บ้านสังกัดเครือข่ายชุมชนแก้ไข
ปัญหายาเสพติด บ้านสวนมอญ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. วารสารวิชาการสุขภาพภาค
ประชาชน ภาคอีสาน. 2552;23(6):24-30.
8. มยุรี สุวรรณโคตร และพีระศักดิ์ ศรีฤาชา. ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของผู้นำ
ชุมชนในการดำเนินงานกองทุนพัฒนาสุขภาพ ในจังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัยสาธารณสุข
ศาสตร์ มข. 2551;1(2):33-45.
9. กัญญวัลย์ ศรีสวัสดิ์พงษ์ และประจักร บัวผัน. การมีส่วนร่วมของบุคลากรในการพัฒนาคุณภาพ
โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัย มข. 2554:16(5); 563-574.
10. วุฒิพงษ์ ภักดีกุล. ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดของ คณะ กรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ ปริญญา สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุขบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2549.
11. อมรรัตน์ จันทร์สว่าง และประจักร บัวผัน. การมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายา
เสพติดของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดอุดรธานี.
วารสารวิจัย มข. 2553;10(3):89-102.
12. อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์; 2553.