การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมผู้ป่วยสุราในโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยสุรา, ภาวะถอนพิษสุรา, การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ศึกษาผลการบำบัดผู้ป่วยสุราหลังภาวะถอนพิษสุราหรือมีปัญหาจากการดื่มสุราด้วยโปรแกรมการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม ในโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จังหวัดอุบลราชธานี
วิธีการศึกษา รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง ประชากรศึกษาเป็นผู้ป่วยนอกที่มีปัญหา/ผลกระทบจากการดื่มสุราและเป็นผู้ป่วยในหลังภาวะถอนพิษสุราโดยประเมินจากค่าคะแนน AWS < 5 ที่เข้ารับการบำบัดใน รพ. ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557-2559 ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 429 คน มีเกณฑ์คัดเลือก ดังนี้ อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป ได้รับการวินิจฉัยโรคหลักเป็นผู้ดื่มสุราแบบอันตรายหรือดื่มแบบติด มีค่าคะแนน AUDIT Alcohol: Harmful use 16–19 คะแนน, Dependence คะแนน >20 คะแนน ต้องยินยอมและสมัครใจเข้ารับการบำบัดตามนัดหมายต่อเนื่อง 1 ครั้ง/สัปดาห์ จำนวน 8 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ คือ โปรแกรมการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT) พัฒนาจากโปรแกรมการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมของ Osilla ทั้งหมด 8 Session ใช้เวลาครั้งละ 2 ชั่วโมง นัดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในแต่ละ Session เน้นปรับความคิดและพฤติกรรมเพื่อลดหรือเลิกดื่มสุรา ศึกษาผลการบำบัดเมื่อครบ 1 ปี วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ค่าความถี่ ร้อยละ และสถิติเชิงอนุมาน สถิติ Chi-square เพื่อทดสอบความแตกต่างในผลการลดหรือเลิกดื่มของผู้ป่วยนอกกับผู้ป่วยใน และค่า Odds ratio ค่าระดับความสัมพันธ์ของการลดหรือเลิกดื่มสุราของกลุ่มผู้ป่วยในต่อกลุ่มผู้ป่วยนอก
ผลการศึกษา
1. ผลการบำบัดผู้ป่วยสุราด้วย CBT พบว่า เลิกดื่มสุราได้ร้อยละ 20.3 ดื่มสุราลดลง ร้อยละ 52.9 และยังคงดื่มสุรา ร้อยละ 26.8 ตามลำดับ
2. วิเคราะห์จำแนกผลการบำบัด ประจำปี 2557-2559 พบว่า ผู้ป่วยนอกเลิกดื่มสุราได้ ร้อยละ 20.2, 17.9 และ 13.1 ลดการดื่มสุรา ร้อยละ 27.4, 57.1 และ 63.1 ตามลำดับ ส่วนผู้ป่วยใน เลิกดื่มสุรา ร้อยละ 48.2, 24.2 และ 27 ลดการดื่มสุรา ร้อยละ 40.7, 63.6 และ 60.5 ตามลำดับ
3. เปรียบเทียบผลการบำบัดของทั้ง 2 กลุ่ม พบว่า กลุ่มผู้ป่วยในลดหรือเลิกดื่มได้มากกว่ากลุ่มผู้ป่วยนอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value <0.001) และพบว่าผู้ป่วยในมีโอกาสลดหรือเลิกดื่มสุราได้มากกว่าผู้ป่วยนอก 3.503 เท่า (95% CI ของ OR = 1.837 – 6.680) แต่โดยภาพรวมทั้งสองกลุ่มปรับพฤติกรรมได้ดีขึ้นจากเดิม คือ ไม่ดื่มติดลม ไม่เพิ่มปริมาณจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพและกลุ่มตัวอย่างพึงพอใจในการบำบัดในระดับดี/ดีมาก มากกว่าร้อยละ 85
สรุปและข้อเสนอแนะ การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT) เป็นโปรแกรมบำบัดผู้ป่วยสุรา มีประโยชน์ในการปฏิบัติทางการพยาบาล ทำให้ผู้ป่วยสุราลดหรือเลิกดื่มได้ และอาจติดตามผลระยะยาวมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
2. Boden, J. M., & Fergusson, D. M. Alcohol and depression. Addiction. May, 2011; 106(5): 906–914.
3. Tiet, Q.Q., & Mausbach B. Treatments for patients with dual diagnosis: a review. Alcoholism: Clinical and Experimental Research. 2007; 31(4): 513–536.
4. Beck, J. S., Liese, B. S., & Najavits, L.M. Cognitive therapy. Clinical textbook of addictive disorders (3rd ed.). New York: Guilford Press. 2005.
5. เพ็ญพักตร์ ดารากร. ความสำเร็จในการเลิกสุราของผู้ป่วยสุราที่มีโรคร่วมทางจิตเวช. วารสารการพยาบาลและสุขภาพจิต. 2556; 27(1): 1-15.
6. Osilla, K.C., et al. Developing an integrated treatment for substance use and depression using cognitive–behavioral therapy. Journal of Substance Abuse Treatment. 2009; 37(4): 412 – 420.
7. Baker, A.L., et al. Randomized controlled trial of MICBT for co-existing alcohol misuse and depression: Outcomes to 36-months. Addiction. 2013; 46(3): 281-402.
8. Hunter, et al. Treating depression and substance use: A randomized controlled trial. Journal of Substance Abuse Treatment. 2012; 43(2): 137–151.
9. Liese, B. S. Cognitive-Behavioral Therapy for Addictions. Clinical work with substance abusing clients (3rd ed.). New York: Guilford Press; 2014.
10. Lisa, J.,& Mark A.B. CMO Alcohol Guidelines Review.CPH Center for public health; 2014.
11. ชนกฤทัย ชื่นอารมณ์. การบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมสำหรับผู้ติดสารเสพติด.
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2554.
12. ดรุณี ภู่ขาวและคณะ. การบำบัดผู้ติดสุราและสารเสพติดด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดและ พฤติกรรม. เชียงใหม่: แผนงานวิชาการและสารเสพติดชุมชน กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2555.
13.แผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา. คู่มือการดูแลผู้ที่มีปัญหาการดื่มสุราเบื้องต้นสำหรับบุคลากรสุขภาพ. วนิดาการพิมพ์; 2557.
14. กรมสุขภาพจิตรายงานประจำปี. การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการบริการสุขภาพจิตและจิตเวข.
กรมสุขภาพจิต; 2560.