ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อผู้ใช้ยาเสพติดรายใหม่และรายเก่า ระบบสมัครใจจังหวัดลำพูน
คำสำคัญ:
ระบบสมัครใจ, ผู้ใช้ยาเสพติดรายใหม่และรายเก่าบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพรรณนาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดในผู้เข้ารับการบำบัดรักษา และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้ยาเสพติดในผู้เข้ารับการบำบัดรักษารายใหม่และรายเก่า ระบบสมัครใจ ระหว่างปีงบประมาณ 2557-2559 เก็บข้อมูลจากผู้เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพในระบบสมัครใจ ทั้งหมดจำนวน 1,491 คน ซึ่งเป็นผู้ใช้ยาเสพติดรายใหม่ จำนวน 1,073 คน และผู้ใช้ยาเสพติดรายเก่า จำนวน 418 คน จาก ระบบรายงาน ระบบติดตามและเฝ้าระวังปัญหา ยาเสพติด (บสต.3) กระทรวงสาธารณสุข ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ความถี่ ร้อยละ สำหรับการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้ยาเสพติดในผู้เข้ารับการบำบัดรักษารายใหม่และ
รายเก่า ใช้สถิติ Chi-square Test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ p<0.05
ผลการศึกษา พบว่า ในปีงบประมาณ 2557-2559 มีผู้เข้ารับการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจมากที่สุด จำนวน 1,491 คน รองลงมา ได้แก่ ระบบบังคับบำบัด และระบบต้องโทษ จำนวน 1,096 คน และ 386 คน โดยระบบสมัครใจ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเป็นผู้ป่วยรายใหม่ มากกว่า รายเก่า 2.6 เท่า
ในระดับพื้นที่ พบว่า อำเภอเมืองลำพูน มีผู้เข้ารับการบำบัดมากที่สุดของจังหวัดทุกปี
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้ยาเสพติดในผู้เข้ารับการบำบัดรักษารายใหม่และรายเก่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p<0.05 ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา ศาสนา อาชีพ ช่วงอายุที่ใช้ยาเสพติด
ครั้งแรก เหตุผลสำคัญที่เข้ารับการบำบัด และสภาพการเสพของผู้เข้ารับการบำบัด
สรุปและวิจารณ์ จากผลการศึกษาพบโอกาสสำคัญในการนำไปใช้ประโยชน์ โดยอธิบายปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผู้ใช้รายใหม่และรายเก่า ได้แก่ เพศชาย กลุ่มอายุ ต่ำกว่า 20 ปี การศึกษาระดับมัธยมศึกษา ศาสนาพุทธ อาชีพรับจ้าง ช่วงอายุที่ใช้ยาเสพติดครั้งแรก กลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี เหตุผลสำคัญที่เข้ารับการบำบัด การกลัวถูกจับ และสภาพการเสพของผู้เข้ารับการบำบัด สำหรับปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง พบว่า ผู้เข้ารับการบำบัดส่วนใหญ่ มีสถานภาพโสด รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดา อยู่ด้วยกัน ชนิดของยาเสพติดที่ใช้ครั้งแรก ยาบ้า สาเหตุสำคัญที่ใช้ยาเสพติดครั้งแรก อยากลอง
ข้อเสนอแนะ
การใช้ยาเสพติด จำเป็นต้องได้รับการรักษาและติดตามดูแลช่วยเหลือ ไม่ใช่การลงโทษ ควรมีการเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์สุขภาพของชาติ เพื่อให้เด็กเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มีภูมิคุ้มกัน ได้รับการป้องกันจากพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาที่เหมาะสม การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อลดผู้ป่วยรายใหม่ และป้องกันการเสพซ้ำ โดยใช้แนวทางการจัดระเบียบสังคมและแก้ไขปัญหาเยาวชนกลุ่มเสี่ยง โดยเพิ่มความสำคัญไปที่บทบาทของครอบครัว ชุมชน รวมทั้งในสถานศึกษาและสถานที่ทำงาน
เอกสารอ้างอิง
(Service plan) สาขายาเสพติด. บริษัท บอร์น ทู บี พับลิชชิ่ง จำกัด; 2561.
2. สำนักงาน ป.ป.ส.กระทรวงยุติธรรม. รายงานผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
ปีงบประมาณ 2558. กรุงเทพฯ : สำนักงาน ป.ป.ส.; 2558.
3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน.สรุปผลการดำเนินงานด้านการบำบัดฟื้นฟูประจำปี
2557 – 2259. ระบบ รายงาน บสต.ปีงบประมาณ 2557-2559 และรายงานการประชุมคณะกรรมการ
ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดลำพูน ปีงบประมาณ 2257-2559.
4. แผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.).การป้องกันการใช้สารเสพติดในเด็ก
และวัยรุ่น.วนิดาการพิมพ์; 2556.
5. สำนักงาน ป.ป.ส. และกระทรวงสาธารณสุข.คู่มือการใช้งานระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟู
ผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.); 2559.
6. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 108/2557. การปฏิบัติต่อผู้ต้องสงสัยว่ากระทำผิดตาม
กฎหมาย เกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟูและการดูแลผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู.;21 กรกฎาคม
พ.ศ. 2557.
7. สำนักงาน ป.ป.ส.กระทรวงยุติธรรม. แผนประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่ชุมชนมั่นคงปลอดภัยยาเสพติด
พ.ศ.2559-2560.
8. ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปราบยาเสพติดจังหวัดลำพูน.สรุปผลงานประจำปี 2557.
9. พนม จอมอินตา.การศึกษาเปรียบเทียบผลสำเร็จของการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดระบบสมัครใจ
จังหวัดลำปาง ปี 2553-2555. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง; 2556.
10. ชุติมา พัฒราช. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยบางประการกับเจตคติต่อการใช้ยาเสพติดของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต) กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2546.
11. กนกรัตน์ แจ่มวัฏกูล. การศึกษาปัจจัยด้านครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่มีต่อการเสพยาบ้าของเด็กและ
เยาวชน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ;
2545.
12. อินทร์ทิพย์ อินทรสุข และคณะ. บทบาทของครอบครัวในการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดหลังการบำบัดใน
กลุ่มเสพซ้ำ. วารสารวิชาการเสพติด. 2556; 1(1): 32-43.
13. ธนิตา หิรัญเทพ และคณะ.การศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการไม่เสพยาเสพติดซ้ำในผู้เข้ารับการบำบัด
ในระบบบังคับบำบัดปี 2551-2552 .วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2556; 58(2):
157-164.
14. แผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.).มาตรฐานสากลในการป้องกันการใช้
สารเสพติด. วนิดาการพิมพ์; 2556.
15. จิราภรณ์ ลิ่มนิจสรกุล.ปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยปกป้องการเสพติดสารแอมเฟตามีนในวัยรุ่น.
(วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต). เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่;2546.
16. จรูญศรี โคมพุดซาและ ชัยภัทร ธีรชาญไชย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการบำบัดครบกำหนดของ
ผู้ใช้สารเสพติดในระบบสมัครใจ จังหวัดนครราชสีมา ปีงบประมาณ 2555-2556.สำนักงาน
สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา;2556