ผลของโปรแกรมการโค้ชด้านสุขภาพต่อระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้
คำสำคัญ:
การโค้ช, ควบคุมระดับน้ำตาล, ฮีโมโกลบินเอวันซี , เบาหวานชนิดที่ 2บทคัดย่อ
การโค้ชด้านสุขภาพเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความรู้และทักษะโดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการโค้ชด้านสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้ วิธีการศึกษาเป็นวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อน–หลัง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยเบาหวานที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยอายุรกรรม จำนวน 76 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 38 คน และกลุ่มควบคุม 38 คน ระหว่างเดือนมกราคม–พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการโค้ชด้านสุขภาพ แบบประเมินความรู้การดูแลตนเอง สื่อการสอน คู่มือการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน แบบประเมินความพร้อมในการจำหน่ายจากโรงพยาบาล แบบประเมินข้อมูลส่วนบุคคล และเครื่องตรวจฮีโมโกลบินเอวันซี เครื่องมือวิจัยผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยการหาความตรงจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน และหาความเชื่อมั่นของเครื่องมือ และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ Mann-Whitney U test และ Wilcoxon signed rank test
ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรม ระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในกลุ่มทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (Z = –2.41, p = .016) และภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มทดลองมีระดับฮีโมโกลบินเอวันซีต่ำกว่าก่อนการเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญ (Z = –3.33, p = .001)
ดังนั้น โปรแกรมการโค้ชด้านสุขภาพจึงมีประสิทธิภาพในการลดระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยเบาหวานอย่างมีนัยสำคัญ และควรถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยบริการสุขภาพเพื่อส่งเสริมการควบคุมโรคเบาหวานในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
เอกสารอ้างอิง
International Diabetes Federation. IDF diabetes atlas 11th edition - 2025 [Internet]. 2025 [cited 2025/4/25]. Available from: https://diabetesatlas.org/
Roglic G. WHO global report on diabetes: A summary. International Journal of Noncommunicable Diseases. 2016;1(1):3-8. doi:10.4103/2468-8827.184853
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2564. นนทบุรี:กระทรวงสาธารณสุข; 2564.
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566 [ออนไลน์]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2567/4/5]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dmthai.org/new/index.php/sara-khwam-ru/sahrab-bukhkhl-thawpi/diabetes-book/naewthang-wech-ptibati-sahrab-rokh-bea-hwan-2566
American Diabetes Association. The American Diabetes Association releases standards of care in diabetes-2025 [cited 2025/4/25]. Available at: https://diabetes.org/newsroom/press-releases/american-diabetes-association-releases-standards-care-diabetes-2025
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์โรค NCDs (เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง) พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร:อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2563.
Alrubaiee GG. Prevalence of chronic diabetic complications and associated risk factors among follow-up diabetic patients: estimates from a referral national diabetes center in Yemen. BMC Endocr Disord. 2025;25:68. doi:10.1186/s12902-025-01893-5
Gosmanov AR, Gosmanova EO, Kitabchi AE. Hyperglycemic crises: Diabetic ketoacidosis and hyperglycemic hyperosmolar state. [Updated 2023 May,1]. In: Feingold KR, et al., editors. South Dartmouth (MA): MDText.com, Inc.; 2000.
American Diabetes Association Professional Practice Committee. Standards of medical care in diabetes-2024. Diabetes Care. 2024;47(Supplement 1):S1-S685. doi:10.2337/dc24-S002
American Diabetes Association. Standards of medical care in diabetes-2022. Diabetes Care. 2022;45(Suppl 1):S244–53. doi:10.2337/dc22-S001
Sherifali D, Viscardi V, Bai JW, Usman RM. Evaluating the effect of a diabetes health coach in individuals with type 2 diabetes. Can J Diabetes. 2016;40(1):84-94. doi:10.1016/j.jcjd.2015.07.001
Bekele BB, Negash S, Bogale B, et al. Effect of diabetes self-management education (DSME) on glycated hemoglobin (HbA1c) level among patients with T2DM: Systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Diabetes Metab Syndr. 2021;15(1):177-85. doi:10.1016/j.dsx.2020.12.030
Spross JA. Expert coaching and guidance. In: Hamric AB, Spross JA, Hanson CM, editors. Advanced practice nursing: An integrative approach. 4th ed. St. Louis: Elsevier Saunders; 2009.
Wong-Rieger D, Rieger FP. Health coaching in diabetes: Empowering patients to self-manage. Can J Diabetes. 2013;37(1):41-4. doi:10.1016/j.jcjd.2013.03.005
Cinar AB, Schou L. Health promotion for patients with diabetes: Health coaching or formal health education? Int Dent J. 2022;72(1):27-35. doi:10.1016/j.identj.2021.11.004
Wolever RQ, Dreusicke M, Fikkan J, Hawkins TV, Yeung S, Wakefield J, et al. Integrative health coaching for patients with type 2 diabetes: A randomized clinical trial. Diabetes Educ. 2010;36(4):629-39. doi:10.1177/0145721710371523
Young DR, Furler J, Vale MJ, Walker C, Segal L, Dunning P, et al. Patient engagement and coaching for health: the PEACH study a cluster randomised controlled trial using the telephone to coach people with type 2 diabetes to engage with their GPs to improve diabetes care: a study protocol. BMC Fam Pract. 2007;8(1):20. doi:10.1186/1471-2296-8-20
รุ้งระวี นาวีเจริญ, ยุพิน อังสุโรจน์, และ สุรีพร ธนศิลป์. ผลของระบบการพยาบาลชี้แนะแบบหลากหลายต่อภาวะแทรกซ้อนและความพึงพอใจในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. จดหมายเหตุทางแพทย์ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์. 2552;92(8):1102-12.
จำเนียร พรประพุทธ, ชนัญชิดาดุษฎี ทูลศิริ, และ สมสมัย รัตนกรีฑากุล. ผลของโปรแกรมการชี้แนะต่อพฤติกรรมการควบคุมโรคเบาหวานและค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสมในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2560;25(4):60-9.
American Association of Diabetes Educators. Diabetes education: An essential component of diabetes management. Diabetes Educ. 2021;47(1):45-56. doi:10.1177/0145721720964567
สมจิต หนุเจริญกุล, อรสา พันธ์ภักดี, ประคอง อินทรสมบัติ, พิกุล นันทชัยพันธ์, สุภามาศ ผาติประจักษ์, รัชนี นามจันทรา, และคณะ. ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงในระบบสุขภาพไทย (รายงานวิจัย). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา; 2554.
ศรินรัตน์ ศรีประสงค์, สมจิต หนุเจริญกุล, อรสา พันธุ์ภักดี, รุ่งโรจน์กฤตยพงษ์, คนึงนิจ พงศ์ถาวรกมล, และ ธวัชชัย วรพงศธร. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อการรับรู้ความพร้อมก่อนออกจากโรงพยาบาลของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, วารสารโรคหัวใจและทรวงอก. 2554;22(2):44-57.
สุภามาศ ผาติประจักษ์, สมจิต หนุเจริญกุล, นพวรรณ เปียซื่อ. ปัจจัยทำนายความสามารถในการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. รามาธิบดีพยาบาลสาร. 2557;20(1):97-111. เข้าถึงได้จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RNJ/article/view/19200
Wagner EH, Coleman K, Reid RJ, Phillips K, Sugarman JR. Guiding transformation: How medical practices can become patient-centered medical homes. Commonwealth Fund. 2012;582:1-26.
Beck J, Greenwood DA, Blanton L, Bollinger ST, Butcher MK, Condon JE, et al. 2017 National standards for diabetes self-management education and support. Diabetes Educ. 2017;43(5):449-64.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ
เนื้อหาและข้อคิดเห็นใดๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมพยาบาลฯ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น ผู้เขียนบทความต้องศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์การจัดทำต้นฉบับตามที่วารสารกำหนด และเนื้อหาส่วนภาษาอังกฤษต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าของภาษามาแล้ว