การวิเคราะห์องค์ประกอบแบบวัดความร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาพยาบาล
คำสำคัญ:
ความร่วมรู้สึก, นักศึกษาพยาบาล, การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ, การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน , สถาบันพระบรมราชชนกบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบแบบวัดความร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาพยาบาล กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 ในวิทยาลัยพยาบาล สังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 200 คน ด้วยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบวัดความร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาพยาบาลแบบมาตราส่วนประมาณค่า 7 ระดับ วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS และวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป LISREL
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาพยาบาล ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ 20 ตัวบ่งชี้คุณลักษณะ ได้แก่ องค์ประกอบความสามารถในการเข้าใจทัศนะของผู้อื่น องค์ประกอบความเมตตา และองค์ประกอบความสามารถเสมือนไปยืนอยู่ในจุดเดียวกับผู้รับบริการ/เข้าถึงสถานการณ์ภายในของผู้รับบริการ และ 2) องค์ประกอบความร่วมรู้สึกของนักศึกษาพยาบาลที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ผลการวิเคราะห์ค่าน้ำหนักองค์ประกอบ ปรากฏว่า องค์ประกอบความสามารถเสมือนไปยืนอยู่ในจุดเดียวกับผู้รับบริการ/เข้าถึงสถานการณ์ภายในของผู้รับบริการมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมากที่สุด รองลงมา คือ องค์ประกอบความสามารถในการเข้าใจทัศนะของผู้อื่น และองค์ประกอบความเมตตา มีค่าเท่ากับ .97, .77 และ .32 ตามลำดับ ตรวจสอบความเที่ยง ด้วยค่าสัมประสิทธิ์ครอนบาคแอลฟา ได้เท่ากับ .68
กล่าวโดยสรุปแบบวัดความร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาพยาบาลฉบับนี้มีความตรงและความเที่ยงในระดับที่เหมาะสมสามารถนำไปวัดความร่วมรู้สึกของนักศึกษาพยาบาลได้
เอกสารอ้างอิง
Singer T, Klimecki OM. Empathy and compassion. Current Biology. 2014;24(18):R875-78.
วีร์ เมฆวิลัย. การศึกษาผลกระทบของความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ: ปรากฏการณ์ดาบสองคมในการให้การปรึกษา. วารสารจิตวิทยาคลินิก. 2558;46(2):23-9.
กานต์ จำรูญโรจน์, สมบัติ ศาสตร์รุ่งภัค. การพัฒนาเครื่องมือ Jefferson Scale of Physician Empathy Student Version (ฉบับภาษาไทย). วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2555;57(2):213-24.
Bauchat RJ, Seropian M, Jeffries RP. Communication and Empathy in the Patient-Centered Care Model-Why Simulation-Based Training Is Not optional. Clin Simul Nurs. 2016;12(8):356-59.
Ward J, Schaal M, Sullivan J, Bowen ME, Erdmann JB, Hojat M. Reliability and validity of the Jefferson Scale of Empathy in undergraduate nursing students. J Nurs Meas. 2009;17(1):73-88.
Hojat M. Empathy in patient care: Antecedent, development, measurement and outcomes. New York: Springer; 2007.
Hair JF. et al. Multivariate data analysis a global perspective. 7th ed. New Jersey: Prentice-Hall International; 2014.
Schumacker RE, Lomax RG. A beginner’s guide to structural equation modelling. 4th ed. New York: Taylor & Francis; 2016.
พูลพงศ์ สุขสว่าง. การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 2557;6(2):136-45.
Montanari P, Petrucci C, Russo S, Murray I, Dimonte V, Lancia L. Psychometric properties of the Jefferson Scale of Empathy‐Health Professional Student's version: An Italian validation study with nursing students. Nurs Health Sci. 2015;17(4):483-91.
Kim J, Ahn S. Validation study of the Korean version of the Jefferson scale of empathy-health professions students for measuring empathy in undergraduate nursing students. J Korean Acad Soc Nurs Educ. 2018;24(3):259-68.
Yanık A, Saygili S. Validity and Reliability of the Turkish Version of Jefferson Scale of Empathy for nursing students. Turk Klin J Med Sci. 2014;34(1):111-19.
จิณห์จุฑา ชัยเสนา ดาลลาส. ความเข้าอกเข้าใจ: พลังเพื่อพัฒนาวิชาชีพพยาบาล. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2558;25(2):13-24.
Lockwood PL. The anatomy of empathy: Vicarious experience and disorders of social cognition. Behav Brain Res. 2016;311:255–66. doi.org/10.1016/j.bbr.2016.05.048
สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข. หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต คณะพยาบาลศาตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
หทัยรัตน์ บุษยพรรณพงศ์. การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต เพื่อเสริมสร้างทักษะการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์วิทยาลัยพยาบาล สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก [ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2563.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ
เนื้อหาและข้อคิดเห็นใดๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมพยาบาลฯ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น ผู้เขียนบทความต้องศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์การจัดทำต้นฉบับตามที่วารสารกำหนด และเนื้อหาส่วนภาษาอังกฤษต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าของภาษามาแล้ว