ผลของโปรแกรมการมีส่วนร่วมในการป้องกันการชักจากไข้สูงต่อความรู้และทักษะของผู้ปกครองเด็กที่มีไข้สูง โรงพยาบาลจอมทอง
คำสำคัญ:
โปรแกรมการมีส่วนร่วม, การป้องกันการชักจากไข้สูง, ผู้ปกครองเด็กที่มีไข้สูงบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดผลก่อนหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการมีส่วนร่วมในการป้องกันการชักจากไข้สูงต่อความรู้และทักษะของผู้ปกครองเด็กที่มีไข้สูง เลือกกลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจง จำนวน 30 คู่ เป็นผู้ปกครองของเด็กที่มีไข้สูง และเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี มีอุณหภูมิกายตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลจอมทอง ระหว่างเดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2567 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเด็กที่มีไข้สูง แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกอุณหภูมิกายของเด็ก แบบประเมินความรู้และทักษะของผู้ปกครองเด็กที่มีไข้สูง ซึ่งแบบประเมินความรู้และทักษะมีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา เท่ากับ .93 และ .90 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .97 และ .71 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และ Paired t-test
ผลการวิจัย พบว่าคะแนนเฉลี่ยความรู้และทักษะของผู้ปกครองเด็กที่มีไข้สูง หลังได้รับโปรแกรมมากกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ผลการวิจัยนี้พบว่าโปรแกรมการมีส่วนร่วมนี้มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความรู้และทักษะของผู้ปกครอง ให้สามารถดูแลเด็กที่มีไข้สูง และช่วยป้องกันเด็กไม่ให้เกิดการชักจากไข้สูง ดังนั้น พยาบาลสามารถนําไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของผู้ปกครองผู้ป่วยเด็กที่มีไข้สูง ทั้งในโรงพยาบาลและในชุมชน
เอกสารอ้างอิง
National Institute of Neurological Disorders and Stroke. Febrile seizures fact sheet. 2023 [Internet]. [cited 2024 Apr 12]. Available from: https://www.ninds.nih.gov/ Disorders/Patient-Caregiver-Education/Fact-Sheets/Febrile-Seizures-Fact-Sheet.
Glasper EA, Richardson J, Randall D. A Textbook of Children’s and Young People’s Nursing. 3rd ed. London: Elsevier Inc; 2021.
Whelan H, Harmelink M, Chou E, Sallown D, Khan N, Patil R, et al. Complex febrile seizures-A systemic review. Dis-a-Mon. 2017;63:5-23.
Byeon JH, Kim GH, Eun BL. Prevalence, incidence, and recurrence of febrile seizures in korean children based on national registry data. J Clin Neurol. 2018;14(1):43-7.
Najimi A, Dolatabadi NK, Esmaeili AA, Sharifirad GR. Paul S, Nair J, et al. Complex febrile seizure in children. Nurs. Time. 2011;107(40):15.
จำรัสลักษณ์ เจริญแสน. การมีส่วนร่วมของผู้ดูแลในการดูแลเด็กป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2561;15(1):21-9.
เบญจวรรณ ช่วยแก้ว, เพ็ญนภา เพ็ชรเล็ก. ผลของโปรแกรมการมมีส่วนร่วมของผู้ปกครองต่อพฤติกรรมการดูแลเด็กที่มีภาวะชักจากไข้สูง. วารสารวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 2564;31(1):110-24.
ปาริฉัตร แสนไชย, จิราภรณ์ ปัญญาเย็น, อุไร สินไพบูลย์, อรุณี กาพย์ไชย, ณัฏฐณิชา ศรีบุณยวัฒน, กฤษฎิ์ ทองบรรจบ. การอบรมความรู้การจัดการไข้ในเด็กสำหรับผู้ปกครอง. เชียงใหม่วารสาร. 2560;56(2):97-106.
วิไลยวัลน์ พนาลิกุล. ผลการพัฒนาความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยเด็กชักจากไข้สูงโดยใช้โปรแกรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม. วารสารการพยาบาล สุขภาพ และการศึกษา. 2563;3(2):44-55.
รสสุคนธ์ เจริญสัตย์สิริ. พฤติกรรมของผู้ปกครองในการดูแลเด็กที่ชักจากไข้สูง. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า. 2561;35(1):40-6.
ฐมาพร เชี่ยวชาญ. ประสิทธิผลของการสอนด้วยชุดสื่อวีดีทัศน์เรื่องการเช็ดตัวลดไข้ของผู้ดูแลเด็กป่วยแผนกศัลยกรรมเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย [ปริญญานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2562.
Schepp K. Psychometric assessment of the preferred participation scale for parent of hospitalized children. Unpublished manuscript: University of Washington, School of Nursing, Seattle, WA; 1995.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
Burns N, Grove SK. The practice of nursing research: Appraisal, synthesis, and generation of evidence. 8th ed. Philadelphia: Saunders; 2016.
น้ำทิพย์ แก้ววิชิต, กัลยานี ท่าจีน, ปราณี จันทร์มณี, ฐาปนิต โชคสุวรรณศิริ. ผลของโปรแกรมการมีส่วนร่วมของบิดามารดาในการดูแลเด็กป่วยต่อความวิตกกังวลและบทบาทของบิดาในหออภิบาลผู้ป่วยเด็ก. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 2562;11(2):12-22.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ
เนื้อหาและข้อคิดเห็นใดๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมพยาบาลฯ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น ผู้เขียนบทความต้องศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์การจัดทำต้นฉบับตามที่วารสารกำหนด และเนื้อหาส่วนภาษาอังกฤษต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าของภาษามาแล้ว