การพัฒนารูปแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ การเปลี่ยนผ่านจากภาวะติดบ้านไปสู่ติดสังคม ในจังหวัดสงขลา
คำสำคัญ:
กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ, ผู้สูงอายุติดบ้าน, สภาวะติดสังคมบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาสุขภาพ ความต้องการดูแลสุขภาพ และ การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมของผู้สูงอายุติดบ้านในจังหวัดสงขลา สร้างและพัฒนารูปแบบ ตลอด จนศึกษาผลการใช้รูปแบบดำเนินการ 3 ขั้นตอนขั้นตอนที่ 1 ศึกษาปัญหาสุขภาพ ความต้องการ และการร่วมกิจกรรมทางสังคม ในผู้สูงอายุจำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามปัญหา สุขภาพความต้องการและการร่วมกิจกรรมทางสังคมได้ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟ่าเท่ากับ .93 และ .95 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา ขั้นตอนที่ 2 สร้างและพัฒนารูป แบบกิจกรรม โดยนำผลการการวิจัยในขั้นตอนที่ 1 และการทบทวนวรรณกรรมมายกร่างเป็นรูป แบบ ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาผลการใช้รูปแบบใช้วิธีการวิจัยแบบกึ่ง ทดลองชนิดหนึ่งกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุที่ติดบ้านจำนวน 60 คน โดยเข้าโปรแกรมตามรูปแบบที่กำหนดจำนวน 4 ครั้ง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา
ผลการวิจัย
1. ผู้สูงอายุติดบ้านในจังหวัดสงขลามีปัญหาโรคประจำตัวร้อยละ 77.25 ส่วนใหญ่เป็นโรค เบาหวานและความดันโลหิตสูง มีภาวะสุขภาพดีร้อยละ 46.00 มีปัญหาการได้ยินร้อยละ 60.25 ต้องการผู้ดูแลขณะเจ็บป่วยร้อยละ 89.25 มีความต้องการดูแลสุขภาพอยู่ในระดับสูง ( = 4.21, SD=0.47) และการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอยู่ในระดับปานกลาง (
= 3.65, SD=1.20)
2. รูปแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุติดบ้านสู่ภาวะติดสังคมในจังหวัดสงขลา มี 5 กิจกรรม คือ 1) การให้ความรู้ 2) การพบปะผู้สูงอายุและการนำเสนอตัวแบบ 3) การสาธิต และฝึกปฏิบัติการดูแลตนเอง 4) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ 5) การเยี่ยมบ้านและการเสริมแรง
3. หลังใช้รูปแบบกิจกรรมผู้สูงอายุที่มีภาวะติดบ้านเปลี่ยนเป็นภาวะติดสังคม คิดเป็นเป็นร้อยละ 23.3 และยังคงมีภาวะติดบ้านเหลือร้อยละ 76.7 และความพึงพอใจของผู้สูงอายุต่อรูปแบบกิจกรรม อยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.49, SD=0.29)
ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะติดบ้าน เป็นการเพิ่ม ช่องทางการดูแลสุขภาพ ร่วมทั้งช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้สูงอายุด้วยกันเองและควรมีดำเนินกิจกรรม อย่างต่อเนื่อง และประเมินผลความพึงพอใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพต่อไป
เอกสารอ้างอิง
ชัยพร สุชาติสุนทร. สถิติสาธารณสุข. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2562.
กิตติพร เนาว์สุวรรณ และมาริสา สุวรรณราช. สภาพปัญหาและความต้องการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคใต้ตอนล่าง. วารสารวิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์. 2562; 11(2): 118–132.
นพวรรณ ผ่องใส. ผลของการดูแลตามระยะเปลี่ยนผ่านต่อความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง.วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาล ผู้ใหญ่, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2552.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา. ข้อมูลผู้สูงอายุในจังหวัดสงขลาจากระบบรายงาน 43 แฟ้ม ณ วันที่ 30 พค. 62; 2562.
Maslow AH..A Theory of Human Motivation. Psychological Review. 1943. 50: 370-396.
Bandura A. Social Lerning Theory. New Jersey: Prentice–Hall; 1977.
อิงทิตา วงศ์จินดา และจิตพนธ์ ชุมเกตุ. การศึกษาความต้องการสวัสดิการของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ ต.สะพรีอ.ปะทิว จ.ชุมพร.การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ครั้งที่ 9 “ราชมงคล สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืนสู่ประเทศไทย 4.0” วันที่ 7–9 สค. 60 ณ อิมแพคเมืองทองธานี; 2561.
สถาบันเวชศาสตร์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข. การสำรวจและศึกษาภาวะสุขภาพของ ผู้สูงอายุ 4 ภาคของไทย. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; 2549.
กาญจนา ปัญญาธร. พฤติกรรมการดูแลผู้สูงอายุของผู้ดูแลและความพึงพอใจของผู้สูงอายุต่อการดูแลที่ ได้รับ: กรณีศึกษาบ้านหนองตะไก้ จ.อุดรธานี. เอกสารการประชุมใหญ่การนำเสนอผลงานวิชาการ ระดับชาติ เรื่องสหวิทยาการ: ความหลากหลายทางวัฒนธรรมสู่ประชาคมอาเซียน; 2557.
Foundation of Thai Gerontology Research and Development Institute. Situation of the Elderly 2016. Nakhonpatom: Printery Co., Ltd; 2017.
สรวงสุดา เจริญวงศ์, พรทิวา คงคุณ, นิภารัตน์ จันทร์แสงรัตน์ และเพียงตะวัน สีหวาน.สถานการณ์ การ ดูแลและความต้องการการดูแลระยะยาว สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ในชุมชนมุสลิมเขตชนบท ภาคใต้ของไทย.วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2561; 5(2): 231-246.
ยุทธนา พูนพานชิ และแสงนภา อุทัยแสงไพศาล. รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพโดยชุมชน เพื่อรองรับ สังคมผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2557; 23(2): 226–238.
อัมรา ธำรงทรัพย์, ปิยมณฑ์ พฤกษชาติ และเตือนใจ ศรีประทุม.การวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัด กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ การทำหน้าที่ทางกาย สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ในเขตองค์การ บริหารส่วนตำบลหนองตาไก้. 2561; 25(3): 42-55.
Wiltsey SS, Kimberly J, Cook N, Calloway A, Castro F, Charns M. The sustainability of new programs and innovations: a review of the empirical literature and recommendations for future research. [internet]. [cited 2020 April 2]. Available fromhttps://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22417162.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ
เนื้อหาและข้อคิดเห็นใดๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมพยาบาลฯ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น ผู้เขียนบทความต้องศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์การจัดทำต้นฉบับตามที่วารสารกำหนด และเนื้อหาส่วนภาษาอังกฤษต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าของภาษามาแล้ว