ความพร้อมของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในการเรียนแบบสหสาขาวิชาชีพ: กรณีศึกษาโครงการค่ายอาสาระหว่างสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
นักศึกษาระดับอุดมศึกษา, การเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพ, ความพร้อมบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความพร้อมของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ในการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพในโครงการค่ายอาสาสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาจำนวน 80 คน จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัย ราชภัฏจังหวัดสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และมหาวิทยาลัยตาปี คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล คือ แบบสอบถาม ความพร้อมในการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพ หาค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟา ของครอนบาค เท่ากับ 0.91 วิเคราะห์ระดับคะแนนความพร้อมด้วยสถิติเชิงพรรณนาคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนความพร้อมด้วยสถิติ Independent t-test และ One-way ANOVA
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 93.75 ศึกษาอยู่วิทยาลัยพยาบาล ชั้นปีที่ 2 ร้อยละ 72.1 ค่าคะแนนเฉลี่ยความพร้อมในการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพโดยรวมอยู่ ในระดับมาก ( = 3.98, S.D.= 0.76) เมื่อวิเคราะห์ความแตกต่าง พบว่า เพศ ชั้นปีที่ศึกษา สาขาวิชา ที่ศึกษา ประสบการณ์การเรียนแบบสหสาขาวิชาชีพ และประสบการณ์ออกค่ายอาสาที่แตกต่างกันความ พร้อมในการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพไม่ต่างกัน
ข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ ผู้บริหารสถาบันการศึกษาอุดมศึกษาในจังหวัด ควรมีการ ประชุมร่วมกันระหว่างสถาบัน เพื่อจัดทำรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพร่วมกัน โดยจัดการเรียนรู้ร่วมกันได้ทั้งในหลักสูตร และกิจกรรมนอกหลักสูตร
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Framework for Action on Interprofessional Education & Collaborative Practice (WHO/HRH/HPN/10.3); 2010.
คณะอนุกรรมการการศึกษาแบบสหวิชาชีพ (Interprofessional Education-IPE) [ออนไลน์]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 20 ตุลาคม 2560]. เข้าถึงได้จากhttp://www.healthprofessionals21thailand.org/ wp-content/uploads/2016/11/1.-Call-for-IPE-Proposals-Final-020617.pdf
นิตยา ปินตาวงศ์. ความพร้อมของนักศึกษาที่มีผลต่อแนวคิดประชาคมอาเซียนของนักศึกษา: กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง [ออนไลน์]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก http://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2016/TU_2016_5605037182_5013_4050.pdf
McFadyen, A. K., Webster, V., Strachan, K., Figgins, E., Brown, H. and McKechnie, J. The Readiness for Interprofessional Learning Scale: A possible more stable sub- -scale model for the original version of RIPLS. Journal of Interprofessional Care 2005, 19(6), 595-603.
วณิชา ชื่นกองแก้ว. หลักสูตรสหวิชาชีพ ปลดล็อกขัดแย้ง “บุคลากรสุขภาพ” [ออนไลน์]. 2560 [เข้าถึง เมื่อ 21 กันยายน] เข้า ถึงได้จากhttp://www.manager.co.th/QOL/viewnewsaspx?News ID=9600000064864.
ธานี กล่อมใจ และทักษิกา ชัชวรัตน์. การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสหสาขาวิชาชีพ ในการดูแล ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง. วารสารการพยาบาล การสาธารณสุข และการศึกษา. 2562; 20(3): 125-137
McFadyen AK, Webster VS, Maclaren WM. The test-retest reliability of a revised version of the Readiness for Interprofessional Learning Scale (RIPLS), Journal of Interprofessional Care 2006; 20(6): 633-9.
Krejcie, V., Morgan, W. 1970. อ้างถึงใน ธีรวุฒิ เอกะกุล. ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์. อุบลราชธานี : สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี; 2543.
กชกร รักรุ่ง และคณะ. ความพร้อมในการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพของนักศึกษา พยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุราษฎร์ธานี [ออนไลน์]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก. https://alcwu.ac.th/backEnd/at tach/attArticle/Proceeding2561-221-234.pdf
บุญชม ศรีสะอาด. การแปลผลเมื่อใช้เครื่องมือรวบรวมข้อมูลแบบมาตราส่วนประมาณค่า. วารสาร การวัดผลการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 2539; 2(1): 64-70.
Frenk, J., Chen, L., Bhutta, Z. A., Cohen, J., Crisp, N., Evans, T., et al. Health Professionals for a New Century: Transforming Education to Strengthen Health Systems in an Interdependent World. The Lancet. 2010; 376(9756), 1923-1958
กมลทิพย์ ตั้งหลักมั่นคง, อัจฉรา คำมะทิตย์, นพรัตน์ ธรรมวงษา และอัจฉรา อาสน์ปาสา. ผลการใช้รูป แบบการเรียนการสอนวิชานวัตกรรมทางการพยาบาล ด้วยการเรียนรู้แบบสหสาขาอาชีพต่อความพร้อม ต่อการเรียนรู้แบบสหสาขาอาชีพ และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและ การสาธารณสุขภาคใต้. 2562; 6(2): 126-139
อติญาณ์ ศรเกษตริน, อัจฉราวดี ศรียะศักดิ์, วารุณี เกตุอินทร์ และดาราวรรณ รองเมือง. การพัฒนารูป แบบการเรียนรู้แบบสหวิชาชีพในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารวิจัยสุขภาพและการ พยาบาล. 2562; 35(2): 140-152
สุณี เศรษฐเสถียร. รูปแบบการเรียนแบบสหวิชาชีพ ณ กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลอุดรธานี. เวชศาสตร์ฟื้นฟูสาร 2558; 25(2): 65-70
Zeeni, N., Zeenny, R., Hasbini-Danawi, T., Asmar, N., Bassil, M., Nasser, S., & ...Hoffart, N. Student perceptions towards interprofessional education: Findings from a longitudinal study based in a Middle Eastern university. Journal of Interprofessional Care. 2016; 30(2):165-174
จุฬารัตน์ ห้าวหาญ ธวัชชัย ยืนยาว สุชาดา นิ้มวัฒนากุล สุขุมาล แสนพวง. ความพร้อมต่อการเรียน แบบสหวิชาชีพของนักศึกษาอุดมศึกษาจังหวัดสุรินทร์. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2563; 30(1). 25-34.
Risa Liang Wong, R.L. et al. A longitudinal study of health professional students′ attitudes towards interprofessional education at an American university Journal of Inter professional Care. 2016; 30(2): 191–200
Stull, C. L., & Blue, C. M. Examining the influence of professional identity formation on the attitudes of students towards interprofessional collaboration. Journal of Interprofessional Care. 2016; 30(1):90-96.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ
เนื้อหาและข้อคิดเห็นใดๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมพยาบาลฯ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น ผู้เขียนบทความต้องศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์การจัดทำต้นฉบับตามที่วารสารกำหนด และเนื้อหาส่วนภาษาอังกฤษต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าของภาษามาแล้ว