ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการบรรเทาความเจ็บปวด ในผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลลำพูน
คำสำคัญ:
แนวปฏิบัติทางการพยาบาล, ความเจ็บปวด, ผู้ป่วยวิกฤตบทคัดย่อ
การจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยวิกฤตมีความยุ่งยากซับซ้อนต้องอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงประสิทธิผลของการใช้ แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการบรรเทาความเจ็บปวดในผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลลำพูน กลุ่มตัวอย่าง มี 2 กลุ่ม คือ 1) พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก จำนวน 60 คน 2) ผู้ป่วยวิกฤตที่เข้ารับการรักษาในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก จำนวน 539 คน ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2560 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2561 แบ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างก่อนการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาล จำนวน 271 คน และกลุ่มตัวอย่างระหว่างการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาล จำนวน 268 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการบรรเทาความเจ็บปวดในผู้ป่วยวิกฤต และแบบรวบรวมผลลัพธ์ในการจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยวิกฤต ดำเนินการศึกษาตามกรอบแนวคิดการนำแนวปฏิบัติทางคลินิกไปใช้ของสมาคมพยาบาลออนทาริโอ วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ผลการศึกษา พบว่า ทีมสุขภาพมีความพึงพอใจในการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลการบรรเทา ความเจ็บปวดในผู้ป่วยวิกฤตระดับมาก (X = 2.70, S.D. = .47) ผู้ป่วยวิกฤตได้รับการจัดการความเจ็บปวดที่เหมาะสมทุกตัวชี้วัด อยู่ระหว่างร้อยละ 83.51 ถึง 99.65 และได้รับการบรรเทาความเจ็บปวด ร้อยละ 90.55 การประเมินความปวดในผู้ป่วยวิกฤตด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม ทำให้ได้ข้อมูลเพื่อตัดสิน ใจในการให้ยาบรรเทาความเจ็บปวดที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นควรมีการนำแนวปฏิบัติดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการดูแลต่อไป
เอกสารอ้างอิง
2. สถิติโรงพยาบาลลำพูน. (2559). สถิติผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต. ลำพูน: โรงพยาบาลลำพูน.
3. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2557). รายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข ประจำปี 2557: จำนวนเตียงผู้ป่วยหนัก ICU จำแนกตามสังกัด รายเขตพื้นที่เครือข่ายบริการจังหวัด ปี 2557. Retrieved from: http://thcc.or.th/download/gishealth/report-gis57.pdf
4. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2558). รายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุขประจำปี 2558: จำนวนเตียงผู้ป่วยหนัก ICU จำแนกตามสังกัดรายเขตพื้นที่เครือข่ายบริการจังหวัด ปี 2558. Retrieved from: http://bps.moph.go.th/new_bps/sites/default/files/health resource2558_29Dec60.pdf
5. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2559). รายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุขประจำปี 2559: จำนวนเตียงผู้ป่วยหนัก ICU จำแนกตามสังกัดรายเขตพื้นที่เครือข่ายบริการจังหวัดปี 2559. Retrieved from: http://bps.moph.go.th/new_bps/sites/default/files/report-gis 59_05Jan17.pdf
6. Puntillo, K. A., Wild, L. R., Morris, A. B., Thompson, C. L., & White, C. Practices and predictors of analgesic interventions for adults undergoing painful procedures. American Journal of Critical Care. 2002; 11, 415-429.
7. Macintyre P.E., Schug S.A., Scott D.A., Visser E.J., Walker S.M. Physiology and Psychology of acute pain. Working Group of the Australian and New Zealand College of Anaesthetists and Faculty of Pain Medicine, Acute Pain Management: Scientific Evi dence 3rd edition, ANZCA & FPM, Melbourne; 2010, 1-33.
8. Berenholtz, S. M., Dorman, T., Ngo, K., & Pronovost, P. J. Qualitative review of intensive care unit quality indicators. Journal of Critical Care, 2002; 17(1), 1-15.
9. Gelinas, C., Fortier, M., Viens, C., Fillion, L., & Puntillo, K. Pain assessment and management in critically ill intubation patients: A retrospective study. American journal of critical care, 2004; 13, 126-136.
10. Stanik-Hutt, J. A. Pain management in critically ill. Critical Care Nurse. 2003; 23, 99-103.
11. Hutchison, R. W. Challenges in acute post-operative pain management. American Society of Health-System Pharmacists, 2007; 64, S2-S5.
12. Li, D., Miaskowski, C., Burkhardt, D., & Puntillo, K. Evaluations of physiologic reactivity and reflexive behaviors during noxious procedure in sedated critically ill patients. Journal of Critical Care. 2009; 24(3), 472.e9-472.e13.
13. Sroysuwan, P. Effectiveness of Clinical Practice Guidelines Implementation for Pain Management Among Elderly After Major Surgery, Nakhonpanom Hospital, Nakhonpanom Province. Nakhonpanom Hospital Journal. 2015; 1(3). 28 – 38. (in thai)
14. Panchaiprom, P., Nanasilp, P. Effectiveness of Clinical Nursing Practice Guidelines Implementation for Pain Management Among Elderly Undergone Total Knee Arthroplasty, Chiangrai Prachanukroh Hospital. Nursing Journal. 2013; 40(3), 85 – 96. (in thai)
15. Registered Nurse Association of Ontario [RNAO]. Nursing best practice guideline: Assessment and management of pain. [Internet]. 2002. [Cited 2009 April 25th], Available from http://www.rnao.org
16. Thongchai C. The Appraisal of Guidelines for Research & Evaluation: AGREE [Internet]. 2013.[Cited 2017 September 14th], Available from https://www.agree trust.org/wp-ontent/uploads/2013/06/AGREE_Instrument_Thai.pdf
17. สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. เครื่องมือการ ประเมินคุณภาพแนวทางปฏิบัติสำหรับการวิจัยและการประเมินผล, 2556. Retrieved from: http://203.157.39.7/imrta/images/AGREE%20ok%20for%20e-book.pdf
18. Thongchai C., Clinical Practice Guidelines Development. The Thai Journal of Nursing Council. 2005; 20(2). 63–76.
19. Punyodyana S., Thongchai C.,& Somrarnyart. Effectiveness of Implementing Clinical Practice Guidelines for Pain Management among Critically Ill Patients in Surgical Inten sive Care Unit. Thai Journal of Nursing Council. 2011; 26(4). 82-95. (in thai)
20. Umsriwaing W. Pain Management in critically ill patients: Challenge’s role for Nurse. Journal of Nursing and Education. 2015; 8(2). 1-8. (in thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ
เนื้อหาและข้อคิดเห็นใดๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมพยาบาลฯ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น ผู้เขียนบทความต้องศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์การจัดทำต้นฉบับตามที่วารสารกำหนด และเนื้อหาส่วนภาษาอังกฤษต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าของภาษามาแล้ว