ความชุกการมีเหาของนักเรียนโรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน
บทคัดย่อ
การศึกษาแบบบรรยายนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกการมีเหาของนักเรียนหญิง ในโรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน รวมถึงพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ผมและสถานทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของครอบครัวนักเรียน กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกเฉพาะ นักเรียนหญิงที่กำลังศึกษาชั้นประถมปีที่ 1- 6 อายุระหว่าง 7- 13 ปี ที่มีผลการตรวจศีรษะและ ผมต่อเนื่องระหว่างปี พ.ศ. 2556-2557 เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ สมุดบันทึกการตรวจสุขภาพประจำตัวของนักเรียน แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพผมของนักเรียนหญิง และ แบบสำรวจข้อมูลสถานะ เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของครัวเรือน โดยความเที่ยงตรงของ เนื้อหามีค่าเท่ากับ 0.83 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าของความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย
ผลการศึกษาพบว่า ในปี 2556–2557 มีนักเรียนหญิงที่มี่ผลบันทึกการตรวจศีรษะทั้ง 2 ปีต่อเนื่องกันจำนวน 134 คน มีอัตราการมีเหาทั้ง 2 ปี ร้อยละ 41.04 และ 22.35 ตาม ลำดับ กลุ่มระดับประถมต้น (ป.1-4) มีเหามากกว่ากลุ่มระดับชั้นประถมปลาย (ป.5-6) โดย ในปี 2556 มีเหาร้อยละ 24.61 และ 16.41 ในปี 2557 มีเหาร้อยละ 17.89 และ 4.46 ตาม ลำดับ พฤติกรรมดูแลสุขภาพผมของนักเรียนชั้นประถม 4- 6 ได้แก่ การสระผมวันเว้นวัน ร้อยละ 60.71 สระผมทุกวันร้อยละ 14.28 สระผมสัปดาห์ละครั้ง ร้อยละ 25.0 การทำความสะอาด เครื่องนอน เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง และเฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง มีร้อยละ 50 เท่ากัน สถานะ เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนของนักเรียนพบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร (ร้อยละ 86.40) รายได้ของครอบครัวน้อยกว่า 20,000 บาทต่อปี ร้อยละ 25.60 รายได้อยู่ ระหว่าง 20,000–50,000 บาท มีร้อยละ 53.69 มีรายได้มากกว่า 50.000 บาทต่อปี มีร้อย ละ 20.80 การศึกษาของมารดาพบว่า ไม่ได้เรียนหนังสือร้อยละ 66.94 เรียนจบชั้นประถม ศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา ร้อยละ 18.55 และ 13.71 ตามลำดับ มีน้ำสะอาดใช้เพียงพอ ร้อยละ 54.48 ไม่เพียงพอ ร้อยละ 45.16 มีน้ำดื่มสะอาดดื่ม เพียงพอร้อยละ 74.40 ไม่เพียงพอ ร้อยละ 25
เอกสารอ้างอิง
นิพนธ์ ธันยวานิช และคณะ. (2549). Epidemiology and Risk Factors of Pediculosiscapitisin 5 Primary Schools Near the Thai-Myanmar Border in Ratchaburi Province, Thailand. J Trop Med Parasitol. 32(2):65-74.
เพชรรัตน์ เกิดดอนแฝก และวรรณา สนองเดช. (2550). สถานการณ์สุขภาพเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา: กรณีศึกษาภาคกลาง. วารสารสาธารณสุข. 16;5 (กย.-ตค.), 795-803.
โพชฌงค์ หร่องบุตรศรี, ประเสริฐ สายเชื้อ, กฤษณ์ตินันท์ นวพงษ์ปวีณ และอารี เทเลอร์. (2556). ความชุก ของโรคเหาในเด็กหญิงพิการ ที่โรงเรียนสำหรับเด็กพิการในจังหวัดขอนแก่น.สืบค้นวันที่ 15 กันยายน 2558 จาก www.tci-thaijo.org/index.php/tstj/article/viewFile/12751/11450
โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย. (2556). แบบสรุปภาวะการเป็นเหานักเรียน โรงเรียนสมาคม พยาบาลไทย อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน. น่าน: โรงเรียน. (อัดสำเนา).
โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย. (2557). แบบสรุปภาวะการเป็นเหาเด็กนักเรียน โรงเรียนสมาคม พยาบาลไทย อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน. น่าน: โรงเรียน. (อัดสำเนา).
ศิริพร จริยาจิรวัฒนา และคณะ. (2555). การสำรวจภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียนในภาคตะวันออก. สืบค้นวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 จาก http://hpc3.anamai.moph.go.th/ewtadmin/ewt/hpc3/ewt_dl_link. php?nid=597&filename=Research
วิชิต พิพิธกุล, วีรยุทธ แดนสิงแก้ว, วันชัย มาลีวงษ์. (2541). กีฎวิทยาทางการแพทย์สืบค้นวันที่ 20 กรกฎาคม 2557จาก http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/public/Lice.htm
สุภาภรณ์ วรรณภิญโญชีพ, พนิดา พลสีลา, นพมาศ อัครจันทรโชติ และคณะ. (2547). อุบัติการณ์โรคเหา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ในเขตอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ. สงขลานครินทร์เวชสาร. 22, (1):1-6.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ
เนื้อหาและข้อคิดเห็นใดๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมพยาบาลฯ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น ผู้เขียนบทความต้องศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์การจัดทำต้นฉบับตามที่วารสารกำหนด และเนื้อหาส่วนภาษาอังกฤษต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าของภาษามาแล้ว