ผลกระทบของการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาต่อการสะท้อนคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาโลหิตวิทยาคลินิก

ผู้แต่ง

  • นิศา มะเครือสี ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • วรวรรณ วาณิชย์เจริญชัย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
  • ศิริลักษณ์ สุทธินนท์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • ยอดยิ่ง แดงประไพ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

คำสำคัญ:

การเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษา, การสะท้อนคิดในตนเอง, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, โลหิตวิทยาคลินิก, ภาวะโลหิตจาง

บทคัดย่อ

การเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษา (case-based learning; CBL) เป็นแนวทางการศึกษาที่ได้รับความนิยม และส่งเสริมการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้นรวมถึงการคิดวิเคราะห์ ทฤษฎี situated cognition learning ระบุว่า การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับโลกความเป็นจริง แม้ว่าการใช้ CBL จะมีการศึกษากันอย่างแพร่หลายในวงการแพทยศาสตรศึกษา แต่ผลกระทบของ CBL ต่อ การสะท้อนคิดในตนเอง และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหัวข้อภาวะโลหิตจาง และภาวะเลือดออกผิดปกติยังไม่มี การวิจัยที่ชัดเจน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของ CBL ต่อการสะท้อนคิดในตนเองและผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนิสิตแพทย์ในหัวข้อภาวะโลหิตจาง และภาวะเลือดออกผิดปกติในนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4 โดยเป็นการ วิจัยแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุม (randomized controlled trial) ในนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4 จำนวน 70 คน โดยแบ่งกลุ่ม แบบสุ่มเป็นกลุ่มที่เรียนด้วย CBL และกลุ่มที่เรียนโดยใช้การบรรยาย (lecture-based learning; LBL) นิสิต ทั้งสองกลุ่มทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน รวมถึงส่งรายงานสะท้อนคิดจำนวนสองครั้ง หัวข้อที่ศึกษา แบ่งเป็น 1) ภาวะโลหิตจางและธาลัสซีเมีย และ 2) ภาวะเลือดออกผิดปกติและงูพิษกัด การสะท้อนคิด ถูกประเมินด้วย Rubric score ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่เรียนด้วย CBL แสดงให้เห็นถึงระดับการสะท้อนคิด ที่สูงกว่ากลุ่มที่เรียนด้วย LBL อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.002) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเชื่อมโยง แนวคิดใหม่กับความรู้เดิม การประเมินแนวทางการวินิจฉัย และการบูรณาการข้อมูลที่ได้จากกรณีศึกษา ในขณะที่ กลุ่มที่เรียนด้วย LBL มีแนวโน้มที่จะอาศัยการจดจำเนื้อหามากกว่า โดยเมื่อพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มที่เรียนด้วย LBL มีคะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่ากลุ่มที่เรียนด้วย CBL โดยเฉพาะในหัวข้อที่ต้องอาศัย ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับธาลัสซีเมียและการวิเคราะห์กรณีงูกัด (p=0.014 และ p=0.044 ตามลำดับ) ซึ่งเน้น การจดจำลักษณะเฉพาะของภาวะทางโลหิตวิทยาและแนวทางการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยสรุป ผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนด้วย CBL มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะการสะท้อนคิดและ การวิเคราะห์สถานการณ์ทางคลินิก ขณะที่การเรียนด้วย LBL อาจเหมาะสมกว่าสำหรับเนื้อหาที่ต้องการการจดจำ และการวิเคราะห์โครงสร้างความรู้ การนำทั้งสองรูปแบบการเรียนมาผสมผสานกันอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การเรียนรู้ได้มากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

Queen’s University. 2011. [Last accessed June 2024] Available from https://www.queensu.ca/ctl/resources/instructional-strategies/case-based-learning

Tadadaj C, Wannapiroon P, Sillabutra J. Case-based learning in self-directed learning environment using a digital platform to enhance public health students’ learning outcome in graduate study. TEM Journal 2022;11(4):1653-9. doi:10.18421/TEM114-28. (in Thai)

Bi M, Zhao Z, Yang J, et al. Comparison of case-based learning and traditional method in teaching postgraduate students of medical oncology. Med Teach 2019;41(10):1124-8. doi:10.1080/0142159X.2019.1617414

Demetri L, Donnelley CA, MacKechnie MC, et al. Comparison of case-based learning and traditional lectures in an orthopedic residency anatomy course. J Surg Educ 2021;78(2):679-85. doi:10.1016/j.jsurg.2020.08.026.

Dai A, Wu LQ, Jacobs RC, et al. Implementation of a medical school elective course incorporating case-based learning: A pilot study. Med Sci Educ 2020;30(1):339-44. doi:10.1007/s40670-019-00911-1.

Jirathikrengkrai C, Kesornsuwan J. The effects of case-based learning on critical thinking skills among nursing students. JEIL 2024;4:51-64. (in Thai)

Driscoll MP. Situated cognition. In: Driscoll MP, editor. Psychology of learning for instruction. Third Edition ed. Edinburgh Gate, Harlow: Pearson Education Limited; 2014.

Erlandson P, Beach D. The ambivalence of reflection – rereading Schön. Reflective Practice 2008;9:409-21. doi.org/10.1080/14623940802475843

Stewart M, Brown JB, Donner A, et al. The impact of patient-centered care on outcomes. J Fam Pract 2000;49:796-804.

Daily JA, Landis BJ. The journey to becoming an adult learner: from dependent to self-directed learning. J Am Coll Cardiol 2014;64:2066-8. doi:10.1016/j.jacc.2014.09.023.

Wetmore AO, Boyd LD, Bowen DM, et al. Reflective blogs in clinical education to promote critical thinking in dental hygiene students. J Dent Educ 2010;74:1337-50.

Hayton A, Kang I, Wong R, et al. Teaching medical students to reflect more deeply. Teach Learn Med 2015;27:410-6. doi:10.1080/10401334.2015.1077124.

Wald HS, Reis SP, Borkan JM. Reflection rubric development: evaluating medical students' reflective writing. Med Educ 2009;43:1110-1. doi:10.1111/j.1365-2923.2009.03470.x.

Cen XY, Hua Y, Niu S, et al. Application of case-based learning in medical student education: a meta-analysis. Eur Rev Med Pharmacol Sci 2021;25:3173 81. doi:10.26355/eurrev_202104_25726.

Dong H, Guo C, Zhou L, et al. Effectiveness of case- based learning in Chinese dental education: a systematic review and meta-analysis. BMJ Open 2022;12:e048497. doi:10.1136/bmjopen-2020-048497.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
มะเครือสี น, วาณิชย์เจริญชัย ว, สุทธินนท์ ศ, แดงประไพ ย. ผลกระทบของการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาต่อการสะท้อนคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาโลหิตวิทยาคลินิก. J Med Health Sci [อินเทอร์เน็ต]. 30 เมษายน 2025 [อ้างถึง 18 มกราคม 2026];32(1):64-77. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmhs/article/view/277333

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย