หุ่นจำลองอุ้งเชิงกรำนสำหรับฝึกทักษะกำรรักษำมะเร็งปำกมดลูกด้วยรังสีระยะใกล้

ผู้แต่ง

  • สุมาลี ยับสันเทียะ ภาควิชารังสีเทคนิค คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • นันทวัฒน์ อู่ดี ภาควิชารังสีเทคนิค คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • ศรารัตน์ มหาศรานนท์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • ธัญรัตน์ ชูศิลป์ ภาควิชารังสีเทคนิค คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • ฐิติพงศ์ แก้วเหล็ก ภาควิชารังสีเทคนิค คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

มะเร็งปากมดลูก, รังสีรักษาระยะใกล้, หุ่นจำลองอุ้งเชิงกราน, หุ่นจำลองยางพารา

บทคัดย่อ

หุ่นจำลองผู้ป่วยเป็นสื่อสามมิติที่มีความสำคัญต่อผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์เนื่องจากสามารถ ช่วยเพิ่มความเข้าใจในการเรียนรู้กระบวนการรักษาและทักษะการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น การศึกษาวิจัยครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหุ่นจำลองอุ้งเชิงกรานจากยางพาราเพื่อใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอนและฝึกทักษะสำหรับ การรักษามะเร็งปากมดลูกด้วยรังสีระยะใกล้ งานวิจัยเริ่มจากการออกแบบหุ่นจำลองอุ้งเชิงกรานให้มีลักษณะแบ่ง ออกเป็นสองด้าน (ซ้ายและขวา) โดยแต่ละด้านมีอวัยวะที่สำคัญ ได้แก่ มดลูก ช่องคลอด กระเพาะปัสสาวะ ทวาร หนัก และสร้างกระดูกเชิงกรานแทรกในหุ่นจำลองเพื่อประโยชน์ในการสร้างภาพ ทำการสร้างแม่พิมพ์สำหรับ หล่อแบบน้ำยางพาราจากซิลิโคนและปูนปลาสเตอร์ ขึ้นรูปหุ่นจำลองด้วยกระบวนการทำยางพาราคงรูป เมื่อได้ หุ่นจำลองแล้วทำการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้งานหุ่นจำลองที่สร้างขึ้นโดยนิสิตรังสีเทคนิคและผู้ปฏิบัติ งานทางรังสีรักษาและนิสิตรังสีเทคนิค ผลการศึกษา พบว่าหุ่นจำลองยางพาราที่สร้างขึ้นสามารถใช้ในการเรียน รู้และฝึกทักษะการปฏิบัติงาน ภายในหุ่นจำลองประกอบด้วยอวัยวะที่สำคัญที่สามารถนำไปใช้จำลองการใส่ อุปกรณ์ในการรักษาด้วยรังสีระยะใกล้ สร้างภาพถ่ายทางรังสี และวางแผนการรักษามะเร็งปากมดลูกด้วยรังสี ระยะใกล้ ผลการประเมินโดยผู้ปฏิบัติงานทางรังสีรักษา มีค่าคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยโดยรวมจากทุกด้านเท่ากับ 4.21±0.63 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ความพึงพอใจระดับมาก และผลการประเมินโดยนิสิตรังสีเทคนิค มีค่าคะแนนความ พึงพอใจเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 3.96±0.68 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ความพึงพอใจระดับมาก โดยสรุปการสร้างหุ่นจำลอง ยางพาราเป็นวิธีการที่ง่ายและต้นทุนต่ำ สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนทางการแพทย์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ ทำความเข้าใจและฝึกทักษะการปฏิบัติงานทางรังสีรักษาระยะใกล้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

เอกสารอ้างอิง

Seri K, Teerasak P, Kajohn K, et al.

Comparative anatomical teaching aids of

bovine reproductive organs between para

rubber models and real specimens.

Proceedings of 41th Kasetsart university

annual conference : Animal, veterinary

medicine. 2003; Feb 3-7; Bangkok: Kasetsart

University;2003. p.719-24.

Vanda S, Sirirak C, Nathanant M, et al.

Results of using pig embryo para rubber

models in embryology teaching class.

Proceedings of 41th Kasetsart university

annual conference : Animal, veterinary

medicine. 2003; Feb 3-7; Bangkok: Kasetsart

University;2003. p. 714-8.

Pakawadee P, Surapong A, Sirirak C, et al.

Learning efficiency on the special sense

organ by using para rubber models.

Proceedings of 44th Kasetsart university

annual conference : Animal, veterinary

medicine. 2006; Jan 30-Feb 2; Bangkok:

Kasetsart university;2006. p.527-32.

Winai S, Sarawut P, Punnapa C, et al.

Development of a 3D para rubber model

for practicing massage skill of TTM

students of Kanchanabhisek institute of

medical and public health technology.

JONAE 2017;10(3):71-82.

Kanda T, Laiad J, Apinun S, et al. Create

and develop model of nasogastric tube

feeding. Proceedings of 44th Kasetsart

university annual conference : Animal,

veterinary medicine; 2010; Feb 3-5;

Bangkok: Kasetsart University;2010. p.71-7

Wannalop G, Krisda S, Bowornsilp C, et al.

The development of medical innovation

of cleft lip/palate face models. Srinagarind

Med J 2011;26(4):259-65.

Pornthip P, Nuchanard NR, Nopparat W,

et al. Development formula and technic

for latex foam rubbers manufacture for

decreased cost in pilot scale. Rubber

Authority of Thailand. 2009.

Joslin C A F, Flynn A, J HE. Principles and

practice of brachytherapy using afterloading

systems. London: Arnold; 2001.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-04-28

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ยับสันเทียะ ส, อู่ดี น, มหาศรานนท์ ศ, ชูศิลป์ ธ, แก้วเหล็ก ฐ. หุ่นจำลองอุ้งเชิงกรำนสำหรับฝึกทักษะกำรรักษำมะเร็งปำกมดลูกด้วยรังสีระยะใกล้. J Med Health Sci [อินเทอร์เน็ต]. 28 เมษายน 2023 [อ้างถึง 2 มกราคม 2026];30(1):131-4. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmhs/article/view/263329

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย