ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนสอบก่อนและหลังเรียนในการประเมินระหว่างเรียนกับคะแนนสอบอัตนัยประยุกต์ในการประเมินรวบยอดของนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 หัวข้อภาวะฉุกเฉินในระบบทางเดินอาหาร

ผู้แต่ง

  • อาอัยซะห์ ดาเด๊ะ สาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • Paramat Siriyod สาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • จิรวัฒน์ คงสิน สาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คำสำคัญ:

คะแนนสอบก่อนและหลังเรียน, การประเมินระหว่างเรียน, การสอบรวบยอด, ข้อสอบอัตนัยประยุกต์

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

การประเมินระหว่างเรียนมีเป้าหมายเพื่อติดตามและทดสอบการพัฒนาความรู้ของนิสิตแพทย์ระหว่างการดำเนินหลักสูตรการศึกษา ทั้งยังช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ภายในตนเองของนิสิตแพทย์  ในขณะที่การประเมินรวบยอด มีเป้าหมายเพื่อประเมินสมรรถนะ ผลลัพธ์ของการเรียนรู้เมื่อสิ้นสุดหรือจบหลักสูตรการศึกษา เป็นการรับรองว่านิสิตแพทย์บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้และสามารถเลื่อนขั้นการเรียนรู้ในลำดับถัดไป  การใช้ข้อสอบปรนัยมักใช้ในการประเมินความรู้ในลักษณะการจดจำเป็นส่วนใหญ่ส่วนข้อสอบอัตนัยประยุกต์มีเป้าหมายมุ่งเน้นการประเมินความรู้ในการแก้ปัญหาผู้ป่วยอย่างเป็นเหตุเป็นผลเป็นสำคัญ  การศึกษานี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนทดสอบก่อนและหลังเรียนกับคะแนนการสอบอัตนัยประยุกต์ โดยการศึกษาย้อนหลังแบบสังเกตการณ์ ศึกษาในนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 ปีการศึกษา 2564 รายวิชา 388- 581 เวชศาสตร์ฉุกเฉินและอุบัติเหตุ 1 หัวข้อเรื่องภาวะฉุกเฉินระบบทางเดินอาหาร  ใช้คะแนนสอบก่อนและหลังเรียน และคะแนนสอบอัตนัยประยุกต์มาวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ จำนวน, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ค่ามัธยฐาน และใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ร่วมกับ paired t-test ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนการสอบก่อนเรียนและหลังเรียนกับคะแนนการสอบอัตนัยประยุกต์  ผลการศึกษาพบว่า นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 จำนวน 100 คน  เพศชายร้อยละ 46 และเพศหญิงร้อยละ 54 มีค่ามัธยฐานของคะแนนทดสอบก่อนเรียน เท่ากับ 6 คะแนน (พิสัย 5-7), คะแนนทดสอบหลังเรียน เท่ากับ 10 คะแนน (พิสัย 9.8-10) และค่าเฉลี่ยคะแนนสอบอัตนัยประยุกต์ เท่ากับ 70.6 + 9.9 คะแนน เมื่อแบ่งนิสิตแพทย์ที่สอบผ่านเกณฑ์ข้อสอบอัตนัยประยุต์มากกว่าหรือเท่ากับ 60 คะแนน พบว่า ในกลุ่มที่สอบผ่านเกณฑ์มีค่าเฉลี่ยของเกรดสะสมเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.2 + 0.32 และกลุ่มที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำมีค่าเฉลี่ยของเกรดสะสมเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.9 + 0.47 เมื่อหาความสัมพันธ์พบว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมีความสัมพันธ์น้อยกับคะแนนสอบอัตนัยประยุกต์ (r=0.119 และ r=0.029)  โดยสรุป คะแนนการทดสอบระหว่างเรียนโดยใช้ข้อสอบปรนัยมีความสัมพันธ์น้อยกับผลคะแนนการสอบอัตนัยประยุกต์ในการสอบรวบยอด ในขณะที่ค่าเกรดสะสมเฉลี่ยรวมเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญต่อการสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของการสอบรวบยอดโดยใช้ข้อสอบอัตนัยประยุกต์

เอกสารอ้างอิง

Maier U. Vergleichsarbeiten im Spannungsfeld zwischen formativer und summativer Leistungsmessung. Dtsch Schule 2010;102:60-9.

Ben-David MF. The role of assessment in expanding professional horizons. Med Teach 2000;22:472-7.

Cilliers FJ, Schuwirth LW, Adendorff HJ, et al. The mechanism of impact of summative assessment on medical students' learning. Adv Health Sci Educ Theory Pract 2010;15:695-715.

Khan MU, Aljarallah BM. Evaluation of modified essay questions (MEQ) and multiple choice questions (MCQ) as a tool for assessing the cognitive skills of undergraduate medical students. Int J Health Sci (Qassim) 2011;5:39-43.

Feletti GI, Engel CE. The modified essay question for testing problem-solving skills. Med J Aust 1980;1:79-80.

Katanyoo K, Amornchaicharensook Y, Soorapanth C. Association between outcomes of Sixth-year Medical students’ self-assessments of modified essay question examination compared with outcomes of modified essay question examination: Faculty of Medicine Vajira hospital, Navamindradhiraj university. Vajira Med J 2016;60:23-32.

Laisnitsarekul B, Tantayaporn K, Kiattinart S. The correlation between GPAX and comprehensive MCQ score of the medical students academic year 1995-1999, Faculty of Medicine, Chulalongkorn University. Chula Med J 2001;45:971-80.

Gay LR. Educational evaluation and measurement: competencies for analysis and application. 2nd ed. New York: Macmilla; 1991. p.374.

Büssing O, Ehlers JP, Zupanic M. The prognostic validity of the formative for the summative MEQ (Modified Essay Questions). GMS J Med Educ 2021;38:Doc99.

Black P, Wiliam D. Developing the theory of formative assessment. Educ Asse Eval Acc 2009;21:5.

Mondal H, Mondal S. Trait emotional intelligence and self assessment of classroom learning in medical students. J Adv Med Educ Prof 2020;8:109 14.

Labarca J, Figueroa C, Huidobro B, et al. Perception of medical students about formative assessments during clinical courses. Rev Med Chile 2014;142:1193-9.

Mondal H, Sahoo MR, Samantaray R, et al Medical students' perception on the usefulness of online formative assessment: A single-center, mixed-method, pilot study. J Edu Health Promot 2021; 10:243.

Palmer EJ, Devitt PG. Assessment of higher order cognitive skills in undergraduate education: modified essay or multiple choice questions? Research paper. BMC Med Educ 2007;7:49.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-29

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ดาเด๊ะ อ, Siriyod P, คงสิน จ. ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนสอบก่อนและหลังเรียนในการประเมินระหว่างเรียนกับคะแนนสอบอัตนัยประยุกต์ในการประเมินรวบยอดของนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 หัวข้อภาวะฉุกเฉินในระบบทางเดินอาหาร. J Med Health Sci [อินเทอร์เน็ต]. 29 ธันวาคม 2022 [อ้างถึง 3 มกราคม 2026];29(3):137-44. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmhs/article/view/260790

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัยอย่างสั้น