พฤติกรรมและทัศนคติต่อการใช้เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ ระดับชั้นคลินิก

ผู้แต่ง

  • ภาสกร ศรีทิพย์สุโข ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางวิชาการด้านระบาดวิทยาประยุกต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

พฤติกรรม, ทัศนคติ, เวชศาสตร์เชิงประจักษ์, อาจารย์แพทย์, คณะแพทยศาสตร์

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินพฤติกรรมและทัศนคติต่อการใช้หลักการเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ของคณาจารย์ระดับคลินิกในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิกของคณาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบตัดขวางในคณาจารย์แพทย์ชั้นคลินิกจำนวน 178 ราย ในภาควิชาหลักทางคลินิก คือ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ศัลยศาสตร์ อายุรศาสตร์ และกุมารเวชศาสตร์ และในภาควิชาทางคลินิกอื่นๆ โดยให้คณาจารย์ตอบแบบสอบถามด้วยตนเองซึ่งมีคำถามสำหรับประเมิน ด้านพฤติกรรมและทัศนคติการใช้หลักการแพทย์เชิงประจักษ์ในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก ตอบโดยพิจารณาค่าน้ำหนักเป็น 5 ระดับ ผลการศึกษาพบว่า มีคณาจารย์ที่ตอบแบบสอบถามกลับจำนวน 102 ราย (คิดเป็นร้อยละ 57.3) ส่วนใหญ่ของอาจารย์แพทย์เห็นความสำคัญและมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้เวชศาสตร์ เชิงประจักษ์ ในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ โดยอาจารย์แพทย์ในภาควิชาหลักทางคลินิก มีการใช้วิธี ค้นคว้าจากฐานข้อมูลทางการแพทย์ (p=0.003) และกระตุ้นให้นักศึกษาแพทย์ใช้วิธีค้นคว้าจากฐานข้อมูล ทางการแพทย์ (p<0.001) มากกว่าอาจารย์แพทย์กลุ่มภาควิชาทางคลินิกอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสรุป อาจารย์แพทย์ชั้นคลินิก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนใหญ่มีการใช้เวชศาสตร์เชิงประจักษ์และ มีทัศนคติเชิงบวกกับเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ ในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก โดยอาจารย์แพทย์ กลุ่มภาควิชาหลักทางคลินิกมีแนวโน้มในการปฏิบัติและเข้าใจเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ในเวชปฏิบัติมากกว่า อาจารย์แพทย์กลุ่มภาควิชาทางคลินิกอื่นๆ

เอกสารอ้างอิง

Sackett DL, Straus SE, Richardson WS, et al. Evidence-based medicine 2ed. How to practice and teach EBM. Toronto, Canada: Churchill Livingstone; 2000.

Fletcher RH, Fletcher SW, Wagner EH. Clinical epidemiology - The essentials. 2ed Baltimore, Md: Lippincott Williams& Wilkins; 1996.

Sackett DL, Rosenberg WM, Gray JA, et al. Evidence based medicine: What it is and what it isn’t. BMJ 1996;312(7023):71-2.

Straus SE, McAlister FA. Evidence-based medicine: a commentary on common criticisms. CMAJ 2000;163:837-41. 5. Hatala R, Guyatt G. Evaluating the teaching of Evidence-based medicine. JAMA 2002;288:1110-2.

Beasley BW, Woolley DC. Evidence-based medicine knowledge, attitudes, and skills of community faculty. J Gen Intern Med 2002;17(8):632-9.

Amin Z, Aw M, Soo R, et al. Attitudes, practice and educational preferencestowards Evidence-based medicine among physicians in a large teaching hospital. Med Educ Online 2007;12(1):4464.

Al-Kubaisi NJ, Al-Dahnaim LA, Salama RE. Knowledge, attitudes and practices of primary health care physicians towards evidence-based medicine in Doha, Qatar. East Mediterr Health J 2010;16(11): 1189-97.

Alshehri AA, Al-Khowailed MS, Alnuaymah FM, et al. Knowledge, attitude, and practice toward Evidence-based medicine among hospital physicians in Qassim Region, Saudi Arabia. Int J Health Sci

(Qassim) 2018;12(2):9-15.

Albarqouni L, Elessi K. Awareness, attitudes and knowledge about Evidence based medicine among doctors in Gaza: a cross sectional survey. East Mediterr Health J 2017;23(9):626-31.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ศรีทิพย์สุโข ภ. พฤติกรรมและทัศนคติต่อการใช้เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ ระดับชั้นคลินิก. J Med Health Sci [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2020 [อ้างถึง 3 มกราคม 2026];27(2):102-1. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmhs/article/view/244780

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย