อุบัติการณ์ของการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ในตัวอย่างสิ่งส่งตรวจที่สงสัยการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ ของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกโรงพยาบาลศิริราช ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2559
คำสำคัญ:
เด็งกี่, ไข้เลือดออก, อุบัติการณบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลาย Aedes aegypti เป็นพาหะ พบในเขตร้อนและ กึ่งเขตร้อน ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้เลือดออกตามฤดูกาล การวินิจฉัยเชื้อไวรัส เด็งกี่สามารถทำได้โดยการตรวจหา NS1 แอนติเจนในซีรั่มของผู้ป่วยในช่วงเริ่มต้น (1-7 วันหลังติดเชื้อ) หรือ การตรวจหาแอนติบอดี ชนิด IgM ซึ่งพบได้ระหว่าง 3-5 วันหลังจากเริ่มมีไข้ ส่วนแอนติบอดี ชนิด IgG จะตรวจพบในช่วงท้ายของการติดเชื้อและคงอยู่นาน การตรวจ IgG ได้ผลบวก จึงบ่งบอกว่าผู้ป่วยเคยได้รับเชื้อมาก่อนการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุบัติการณ์ของการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ที่มารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ช่วงระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2555 - ธันวาคม พ.ศ. 2559 จากการวิเคราะห์ผลการตรวจหาแอนติเจน NS1 ของเชื้อไวรัสเด็งกี่ และ/หรือ แอนติบอดี ชนิด IgM ด้วยวิธี immunochromatographic assay ในซีรั่มผู้ป่วยจำนวน 5,196 ราย พบว่าผู้ป่วยจำนวน 1,813 ราย ให้ผลบวกต่อการทดสอบแอนติเจน NS1 ของเชื้อไวรัสเด็งกี่ และ/หรือ แอนติบอดี ชนิด IgM ผลการศึกษาพบว่าอัตราการ ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่อยู่ที่ 36.38% (ความเชื่อมั่นร้อยละ 95 = 32.91, 39.99), 40.75% (ความเชื่อมั่นร้อยละ 95 = 37.71, 43.86), 34.64% (ความเชื่อมั่นร้อยละ 95 = 30.82, 38.67), 43.33% (ความเชื่อมั่นร้อยละ 95 = 40.93, 45.76) และ 17.78% (ความเชื่อมั่นร้อยละ 95 = 15.69, 20.07) [ในปี พ.ศ. 2555, 2556, 2557, 2558 และ 2559] ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยอุบัติการณ์ของเชื้อไวรัสเด็งกี่ 5 ปีเท่ากับ 34.89% (33.60%, 36.21%) พบการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่สูงสุดในปี พ.ศ. 2558 (43.33%) ในขณะที่อัตราต่ำสุดในปี พ.ศ. 2559 (17.78%) โดยพบการติดเชื้อสูงใน ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ทั้งนี้การติดเชื้อไวรัสเด็งกี่พบมากที่สุดในผู้ป่วยที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี และ อัตราการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ระหว่างเพศหญิงและเพศชายไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (หญิง:ชาย =1.2:1; p = 0.29)