ลักษณะทางสังคมและคุณลักษณะความฉลาดกับการทำนายพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ของผู้ป่วยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองตีบ
คำสำคัญ:
โรคหลอดเลือดสมองตีบ, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพ, ความฉลาดทางสุขภาพบทคัดย่อ
โรคหลอดเลือดสมองตีบเป็นโรคเรื้อรังที่ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ทั้งในด้านการรักษาในโรงพยาบาล และการดูแลในระยะยาว เมื่อเป็นแล้วมักจะประสบปัญหาทำให้ความสามารถในการดูแลตนเองลดลง ส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ โรคหลอดเลือดสมองตีบสามารถป้องกันได้ ถ้าผู้ป่วยเสี่ยงต่อโรคนี้มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดี ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอำนาจ ในการทำนายของกลุ่มตัวแปรลักษณะทางสังคมร่วมกับคุณลักษณะความฉลาดต่อพฤติกรรมการดูแล สุขภาพของผู้ป่วยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองตีบในภาพรวมและผู้ป่วยที่มีลักษณะทางชีวสังคมแตกต่างกัน ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนในคลินิกพิเศษโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรงพยาบาล องครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรค กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดสูง กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 370 คน ได้จากการ สุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิตามโรค เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามแบบตอบด้วยตนเอง โดยทั้งตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม วัดเป็นมาตรประเมินรวมค่า 6 ระดับ ที่มีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟ่าอยู่ระหว่าง 0.76 ถึง 0.87 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test, ANOVA และ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเชิงชั้น (hierarchical multiple regression analysis) ผลการวิจัยพบว่า ในผู้ป่วยทั้งหมดและกลุ่มตัวแปรลักษณะทางสังคม ได้แก่ การสนับสนุนทางสังคม การเข้าร่วมกิจกรรมทาง สังคม การรับรู้บรรทัดฐานทางสังคม และกลุ่มตัวแปรคุณลักษณะความฉลาด ได้แก่ ความฉลาดทางสุขภาพ ความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางจิตวิญญาณ สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของ ผู้ป่วยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ร้อยละ 62 และเมื่อแยกวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างตามลักษณะทาง ชีวสังคม พบว่า ตัวแปรการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและความฉลาดทางสุขภาพ สามารถทำนายพฤติกรรม การดูแลสุขภาพในกลุ่มเพศชาย ได้สูงสุดถึงร้อยละ 81 นอกจากนี้ ความฉลาดทางสุขภาพเป็นตัวแปรที่มี นัยสำคัญที่มีความถี่สูงสุดในการนำมาใช้ทำนายพฤติกรรมการดูแลสุขภาพได้ในหลายกลุ่มชีวสังคม โดย สรุปการศึกษานี้พบว่า ปัจจัยทางด้านสังคมและปัจจัยทางด้านจิต มีผลต่อการทำนายพฤติกรรมการ ดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองตีบ ดังนั้น ในการสร้างเสริมสุขภาพในเวชปฏิบัติบุคลากร ทางการแพทย์ควรเสริมพลังปัจจัยดังกล่าวให้กับผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองตีบด้วย