การพัฒนานวัตกรรมฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ และผลการนำไปใช้ในการป้องกันควบคุมวัณโรค
คำสำคัญ:
นวัตกรรมฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่, ผู้สัมผัสร่วมบ้าน, ผู้สัมผัสใกล้ชิดบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ และศึกษาผลการนำไปใช้ในการป้องกันควบคุมวัณโรค ดำเนินการ 4 ระยะ ได้แก่ 1) วิเคราะห์สภาพปัญหาของการคัดกรองค้นหาผู้สัมผัสร่วมบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ พื้นที่อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น 2) พัฒนาและใช้นวัตกรรมฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 3) ประเมินผลการใช้นวัตกรรมฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ และ 4) ถอดบทเรียนและเผยแพร่ผลการพัฒนา กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย 1) ผู้รับผิดชอบงานคลินิกวัณโรคของโรงพยาบาลหนองเรือ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 25 คน 2) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 150 คน และ 3) ประชาชน สำหรับการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อำเภอหนองเรือ รพ.สต. 15 แห่ง 5,570 ราย ด้วยเครื่องมือวิจัย 6 ฉบับ ได้แก่ 1) แบบบันทึกสภาพปัญหา 2) ฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 3) แอปพลิเคชันสำหรับคัดกรองวัณโรคด้วยวาจา 4) แบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพการป้องกันวัณโรค 5) แบบสอบถามการตีตราผู้ป่วยวัณโรค และ 6) แบบสอบถามความพึงพอใจ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพรรณนา และเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยด้วยสถิติ Paired t-test และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า สภาพปัญหาข้อมูลผู้สัมผัสร่วมบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิดไม่ครอบคลุม และชุมชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรควัณโรคไม่ถูกต้อง นำไปสู่การแก้ไขปัญหา การพัฒนาและใช้นวัตกรรมฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ ได้แก่ จัดทำโครงสร้างของฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ พัฒนาแอปพลิเคชันจากแบบคัดกรองวัณโรค และพัฒนาศักยภาพด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพการป้องกันวัณโรคของ อสม. พบค่าความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังดำเนินการ เท่ากับ 23.51 (95%CI: 21.51- 25.51) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ค้นหาและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงวัณโรคได้เพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 2,872 ราย พบความเสี่ยง 32 ราย เพิ่มเป็น 5,570 ราย พบความเสี่ยง 77 ราย การประเมินผลหลังจากการใช้นวัตกรรม ในปี พ.ศ.2567 พบผู้สัมผัสร่วมบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรค จำนวน 510 ราย เทียบกับปี พ.ศ. 2564- 2566 พบจำนวน 87, 94 และ 157 ราย ตามลำดับ สามารถลดการตีตราผู้ป่วยวัณโรคในชุมชน ได้ถึงร้อยละ 75.20 และนวัตกรรมฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ “DPC 7 TB household contact database” และแอปพลิเคชันคัดกรองวัณโรค สามารถสนับสนุนโปรแกรม NTIP ในการค้นหา คัดกรองผู้สัมผัสร่วมบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิดได้ครอบคลุม เน้นให้ รพ.สต. ทุกแห่งเป็นเจ้าของข้อมูล คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.79, S.D. = 0.21)
นวัตกรรมฐานข้อมูลติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ และแอปพลิเคชันสำหรับคัดกรองวัณโรค สามารถช่วยติดตามกลุ่มผู้สัมผัสร่วมบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และควรขยายผลการนำไปใช้ในการป้องกันควบคุมวัณโรคในพื้นที่ต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย พ.ศ.2564. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2565.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. รายงานผลการตรวจราชการระดับจังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (รอบที่ 2). ขอนแก่น: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น; 2567.
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น. รายงานผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาและช่องว่างของการดำเนินงานวัณโรค ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. ขอนแก่น: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น; 2567.
พีระพัชร ไทยสยาม. การดำเนินงานค้นหาและรักษาผู้ติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงในผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรค. วารสารอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2565;8(2):11 -19.
ปิยะวดี ฉาไธสง, เสาวลักษณ์ อภิสุข, กัญญลักษณ์ ทองนุ่ม และคณะ. การค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่จากกลุ่มผู้สัมผัสโรคอย่างใกล้ชิด. วารสารสถาบันบำราศนราดูร 2561;11(1):1-7.
พิชิต แสนเสนา และสมลักษณ์ หนูจันทร์. การพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อวัณโรคในกลุ่มผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านโดยชุมชนมีส่วนร่วม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจระเข้ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น 2565;4(2):665-73.
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น. รายงานสรุปผลการการติดเชื้อวัณโรคในกลุ่มผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิดในพื้นที่โรงพยาบาลสิรินธร จังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564. ขอนแก่น: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น; 2564.
ภุชงค์ โรจน์แสงรัตน์. การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้การคิดเชิงออกแบบเป็นฐานเพื่อสร้างสรรค์ ผลงานที่ปรากฏอัตลักษณ์ไทยสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.
Bloom BS. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971.
ประคอง กรรณสูต. สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: จามจุรีโปรดักท์; 2551.
ดวงใจ ไทยวงษ์, บุญทนากร พรมภักดี, จุลจิลา หินจำปา, คณยศ ชัยอาจ. ผลการพัฒนาฐานข้อมูลสัตว์ เพื่อการจัดการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ระดับองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น 2566;30(2):14-29.
ภุชงค์ โรจน์แสงรัตน์, ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์, ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ. การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้การคิดเชิงออกแบบเป็นฐานเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ปรากฏอัตลักษณ์ไทยสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. วารสารครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2563;48(3):258-73.
ดวงใจ ไทยวงษ์, กรรณิการ์ ตฤณวุฒิพงษ์, สุวัฒนา อ่อนประสงค์. การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการป้องกันควบคุมวัณโรคโดยหมอประจำบ้านของอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น 2565;29(3):111-30.
เครือวัลย์ ดิษเจริญ. การค้นหารายป่วยวัณโรค ในกลุ่มผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วยวัณโรคปอด โดยความร่วมมือของสมาชิกในครอบครัวและอาสาสมัครงานวัณโรค อำเภอเสลภูมิ-ทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด [ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน]. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2557.
รัตน์ระพี พลไพรสรรพ์, นิดาพรรณ สุรีรัตนันท์, อัครา ประโยชน์. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ของโรควัณโรค. วารสารเทคโนโลยีสารสนเทศ 2552;5(10):7-12.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบ
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารสำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น หรือ ของกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ลิขสิทธ์บทความ
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานป้องกันตวบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
