ผลของรูปแบบการเฝ้าระวังและควบคุมโรคปอดอักเสบในชุมชนสำหรับกลุ่มเสี่ยง โดยใช้ปัจจัยสนับสนุนทางสังคม จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
รูปแบบ, การเฝ้าระวังและควบคุมโรค, ปอดอักเสบ, ปัจจัยสนับสนุนทางสังคมบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิผลรูปแบบการเฝ้าระวังและควบคุมโรคปอดอักเสบในชุมชน สำหรับกลุ่มเสี่ยงโดยใช้ปัจจัยสนับสนุนทางสังคม ขั้นตอนการศึกษา ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาปัญหาโดยสนทนากลุ่ม กลุ่มตัวอย่าง 21 คน และพัฒนารูปแบบ ระยะที่ 2 ทดลองใช้รูปแบบ กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 9 แห่ง เก็บข้อมูล กลุ่มเสี่ยง 49 คน และ อสม. 73 คน และปรับปรุงรูปแบบ ระยะที่ 3 นำรูปแบบไปใช้ใน รพ.สต. 52 แห่ง แล้วประเมินความพึงพอใจ กลุ่มเสี่ยงโรคปอดอักเสบ 221 คน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 256 คน ประเมินอัตราป่วย โดยเก็บข้อมูลการป่วย จาก HDC และถอดบทเรียน กลุ่มตัวอย่าง 30 คน เครื่องมือเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถามความรู้ มีค่าความเชื่อมั่น (KR-20) 0.78 แบบสอบถาม ทัศนคติ พฤติกรรม และความพึงพอใจ ความเชื่อมั่น 0.84, 0.88 และ 0.80 และแบบเก็บรวบรวมข้อมูลการป่วย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน อัตราป่วย เปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ด้วยสถิติ Paired t-test และ เปรียบเทียบอัตราป่วยด้วยสถิติ Chi-square test
ผลการวิจัย รูปแบบที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย การจัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยงและผู้ได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เยี่ยมบ้านคัดกรองกลุ่มเสี่ยง จำแนกกลุ่ม ปกติ ป่วยไม่รุนแรงและป่วยรุนแรง คืนข้อมูลและสื่อสารความเสี่ยง จัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน กลุ่มตัวอย่าง มีคะแนนเฉลี่ยหลังพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดย อสม. มีความรู้สูงขึ้น 1.13 (95%CI: 1.05-1.20, p-value <0.001) ทัศนคติ สูงขึ้น 1.14 (95%CI: 1.05-1.23, p-value <0.001) และพฤติกรรม สูงขึ้น 1.17 (95%CI: 1.08-1.26, p-value <0.001) กลุ่มเสี่ยงความรู้ สูงขึ้น 1.54 (95%CI: 1.36-1.72, p-value <0.001) ทัศนคติ สูงขึ้น 0.92 (95%CI: 0.61-0.95, p-value <0.001) และพฤติกรรม สูงขึ้น 1.06 (95%CI: 0.92-1.20, p-value <0.001) ผลลัพธ์พบว่าอัตราป่วยรายใหม่ลดลงจากร้อยละ 0.74 เป็น 0.62 เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน ด้านความพึงพอใจต่อรูปแบบของกลุ่มเสี่ยงและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อยู่ในระดับปานกลาง
เอกสารอ้างอิง
Tsoumani E, Carter JA, Salomonsson S, Stephens JM, Bencina G. Clinical, economic, and humanistic burden of community acquired pneumonia in Europe: a systematic literature review. Expert Rev Vaccines 2023;22(1):876-84. doi: 10.1080/14760584.2023.2261785.
Murray CJL, GBD 2021 Collaborators. Findings from the Global Burden of Disease Study 2021. Lancet 2024;403(10440):2259-62. doi: 10.1016/S0140-6736(24)00769-4.
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. โรคปอดบวม, ปอดอักเสบ (Pneumonia) [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 30 ธ.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=21.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. สรุปผลการดำเนินงานด้านสาธารณสุขที่สำคัญ: เอกสารประกอบการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2567. ขอนแก่น: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น; 2567.
สุมิตรา วิชา, วนิดา อินทราชา, เครือวัลย์ สารเถื่อนแก้ว. บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19: กรณีศึกษาจังหวัดลำปาง. วารสารสาธารณสุขล้านนา 2566;19(1):37-48.
มณุเชษฐ์ มะโนธรรม. การวินิจฉัยปัญหาสุขภาพชุมชนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ. วารสารวิจัยการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2565;14(2):295-308.
Rocco L, Suhrcke M. Is social capital good for health?: A European perspective. Copenhagen: World Health Organization Regional Office for Europe; 2012.
กฤษณา ชูเสน, กมลรัตน์ ลุนพิลา, อนุชธิดา ชาลี. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอักเสบชุมชนในผู้ใหญ่ โรงพยาบาลค้อวัง อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ 2567;4(1):16-33.
วรัญญา ศรีมารักษ์, จุฬาภรณ์ นิลภูมิ, นิภารัตน์ อาจคำพันธ์. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบ โรงพยาบาลยโสธร. ยโสธรเวชสาร 2568;27(1):2713062.
รัดเกล้า แก่นท้าว. การพัฒนาแนวทางปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคปอดอักเสบเพื่อป้องกันภาวะหายใจล้มเหลวหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2568;10(4):23-33.
นวลปาง ชัชวาลย์. การพัฒนารูปแบบการคัดกรองวัณโรคในผู้สัมผัสร่วมบ้านในตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสุขภาพ 2566;4(3):147-56.
อิสรภาพ มาเรือน, ชุมพล สุทธิ, แชน อะทะไชย,. การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อตามแนวชายแดนไทย-ลาว โดยใช้กลไกผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดน่าน. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน(ภาคเหนือ) 2568;35(2):77-89.
ฐิติวัลค์ แก้วประดับ, เสาวลักษ์ บัวศรี, จิรวรรณ กาลานุสนธิ์, อับดุลเลาะ เจ๊ะหลง. การสื่อสารความเสี่ยงของโรคอุบัติใหม่: บทเรียนตามการรับรู้ของผู้สูงอายุในจังหวัดสงขลา. วารสารวิจัยสังคม 2565;45(2):116-36.
อรุณรัตน์ คนเที่ยง. การพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วย แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช โรงพยาบาลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข 2568;3(3):645–57.
พงษ์เดช สารการ. หลักการทางชีวสถิติและแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม STATA. ขอนแก่น: สาขาวิชาวิทยาการระบาดและชีวสถิติ คณะสาธารณสุขศาสตร์; 2566.
Best JW. Research in Education. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice Hall; 1977.
พรธิดา ศรีบุญเรือง, กระจ่าง ตลับนิล, วัลลภา ศรีบุญพิมพ์สวย. การพัฒนาระบบเฝ้าระวังในชุมชนเพื่อป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ตำบลปะโค อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี. วารสารวิจัยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2558;8(1):60-70.
นิฐิคุณ เขียวอยู่. การวิจัยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวังการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น 2567;31(2):136-48.
อนิรุธ จันทพาส, รจนา ศรีเล็ก, กฤษฎา เหล็กเพชร, ดวงใจ พุทธเษม. รูปแบบการพัฒนา สมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการเฝ้าระวังควบคุมป้องกัน โรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน จังหวัดนครสวรรค์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ 2569;11(1):1247–56.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบ
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารสำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น หรือ ของกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ลิขสิทธ์บทความ
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานป้องกันตวบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
