การศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกันไข้เลือดออกของประชาชน เขตเทศบาลนครพิษณุโลก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล ระดับแบบแผนการรับรู้ ระดับแรงสนับสนุนทางสังคม ระดับพฤติกรรมป้องกันโรคไข้เลือดออก และดัชนีความชุกของลูกน้ำยุงของหมู่บ้านที่พบและหมู่บ้านที่ไม่พบโรคไข้เลือดออก กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (Systematic sampling) จำแนกเป็น หมู่บ้านที่มีการระบาด จำนวน 60 คน และ หมู่บ้านที่ไม่มีการระบาด 50 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ซึ่งหาความตรงของเนื้อหา (IOC) จากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ค่าความเชื่อมั่น ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค เท่ากับ 0.88 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา เป็นค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติเชิงอนุมานในการเปรียบเทียบ 2 กลุ่ม ด้วยสถิติ Mann-Whitney U - test กำหนดระดับนัยสำคัญ ที่ 0.05 (p<0.05) ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 73 มีอายุช่วง 60 ปีขึ้นไป จบชั้นประถมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 52.0 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง ร้อยละ 30.9 ด้านประวัติการป่วยด้วยไข้เลือดออกในครัวเรือนมีสมาชิกเคยป่วยด้วยโรคไข้เพียงร้อยละ 12.73 ผลจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบปัจจัย พบว่า พฤติกรรมการป้องกันของหมู่บ้านที่มีการระบาดและไม่มีการระบาดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในส่วนของปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ ระดับการรับรู้โอกาสเสี่ยงและความรุนแรง ระดับการรับรู้ประโยชน์และอุปสรรคของการเกิดไข้เลือดออก ระดับแรงสนับสนุนทางสังคม ของหมู่บ้านที่มีการระบาดเปรียบเทียบกับหมู่บ้านที่มีการระบาด พบว่า ไม่แตกต่างกัน ข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงาน เนื่องจากผลของการศึกษาเปรียบเทียบที่พบว่า ระดับพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออก ของหมู่บ้านที่มีการระบาดเปรียบเทียบกับหมู่บ้านที่มีการระบาด มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น จึงควรพิจารณาปัจจัยด้านพฤติกรรม เป็นข้อมูลนำเข้าที่สำคัญ เพื่อจัดกระบวนการรูปแบบใหม่ ๆ โดยกำหนดผลลัพธ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวบุคคลและชุมชนได้
Article Details
ข้อลิขสิทธิ์วารสาร
บทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร. 2 พิษณุโลก เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน กองบรรณาธิการวิชาการ และ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลกไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยทั้งหมดหรือร่วมรับผืิดชอบใดๆ หากพบว่าบทความของท่านมีการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (plagiarism) มากกว่า 25 เปอร์เซ็นวารสารขอปฏิเสธการตีพิมพ์เผยแพร่ทุกกรณี วิธีตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (plagiarism)
เอกสารอ้างอิง
rTcjpT1Cq5OZhJ3tM0E0FJyerPMjBJ0kq09ZxT25Mo7o2OO0ETyWrTDo7o3Q.
2 กลุ่มระบาดวิทยา สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลงกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์โรคไข้เลือดออกประจำสัปดาห์ที่ 52 ปี 2558 [อินเทอร์เน็ต]. 2559. [เข้าถึงเมื่อ 15 ธันวาคม 2560]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaivbd.org/n/uploads/ file/file_PDF/Dengue/2558/ DHF%2052.pdf,.
3. กรมควบคุมโรค.คู่มืออาสาสมัครสาธารณสุขเรื่องโรคไข้เลือดออก [อินเทอร์เน็ต]. 2560. [เข้าถึงเมื่อ 15 ธันวาคม 2560]. เข้าถึงได้จาก: https://klb.ddc. moph.go.th/dataentry/handbook/form/3
4 .สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลงกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. 2560. สถานการณ์โรคไข้เลือดออกประจำสัปดาห์ที่ 25ปี[อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 17 ธันวาคม 2560]. เข้าถึงได้จาก: https://100fund1000sook.worldvision.or.th/downloadPJ.php
WP=rTcjpT1Cq5OZhJ3tM0E0FJyerPMjBJ0kq09ZxT25Mo7o2OO0ETyWrTDo7o3Q
5. พลูสุข ช่วยทอง, บันเทิง สุพรรณ์และเปรมวดี คฤหเดช. (2556). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออด จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารเกื้อการุณย์, 20 (2). 55- 69.
6. นิคม แก้ววันดี วราภรณ์ศิริสว่าง และศิริขวัญ บริหาร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออก ตำบลนครเจดีย์อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติและนานาชาติเครือข่ายบัณฑิต ภาคเหนือ ครั้งที่ 15. 2558
7. ประภาศิ ศรีคง.การเปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนและการมีส่วนร่วมของแกนนาชุมชนในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกระหว่างตำบลที่มีอุบัติการณ์ของโรคต่ำและสูงอำเภอบัวใหญ่จังหวัดนครราชสีมา .วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2557
8. Bernard, R. Fundamentals of biostatistics (5th ed.). Duxbury: Thomson learning. 2000
9. อภิชัย คุณีพงษ์.การเปรียบเทียบความรู้ ทัศนคติ แรงสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนในตำบลที่มีการระบาดกับตำบลที่ไม่มีการระบาด ในพื้นที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี.วารสารควบคุมโรค 2561; 44
10. ประเทืองฉ่ำน้อย. การศึกษาระดับความรู้การรับรู้และพฤติกรรมการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุขกรณีศึกษาอำเภอพรานกระต่ายจังหวัดกำแพงเพชร.รายงานการวิจัย.นครสวรรค์: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2558.
11. ผ่องศรีพูลทรัพย์ และคณะ . การพัฒนาพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยการส่งเสริมการทำงานแบบมีส่วนร่วมตามสภาพจริงรพ.สต.ท่าผาอ.บ้านโป่งจ.ราชบุรี .วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2556 ; 206-218
12. ดลนภา หงษ์ทอง และคณะ. ความรู้การรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้ปวดข้อ ยุงลายของนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพะเยา: วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา.สถาบันพระบรมราชชนกกระทรวงสาธารณสุข; 2552.
13. ประภาศิ ศรีคง. พฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนและการมีส่วนร่วมของแกนนำชุมชนในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกระหว่างตำบลที่มีอุบัติการณ์ของโรคต่ำและสูงอำเภอบัวใหญ่จังหวัดนครราชสีมา .ขอนแก่น:วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2557.
14. นิคม แก้ววันดี วราภรณ์ ศิริสว่าง และศิริขวัญ บริหาร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออก ตำบลนครเจดีย์อาเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติและนานาชาติเครือข่ายบัณฑิต ภาคเหนือ ครั้งที่ 15. 2558.