การสัมผัสสิ่งคุกคามด้านจิตสังคมจากการทำงานและความเครียดในพนักงานหญิงตั้งครรภ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการสัมผัสสิ่งคุกคามด้านจิตสังคมจากการทำงานของพนักงานหญิงตั้งครรภ์ 2) เพื่อศึกษาระดับความเครียดในพนักงานหญิงตั้งครรภ์ 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดกับปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยการตั้งครรภ์และปัจจัยจากการทำงาน โดยวิธีการศึกษาแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษานี้ คือ พนักงานหญิงตั้งครรภ์จำนวน 236 คน การรวบรวมข้อมูลเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่าระดับความเครียดจากแบบประเมินความเครียดของกรมสุขภาพจิต ST-5 ในพนักงานหญิงตั้งครรภ์ ส่วนมากมีระดับความเครียดปานกลาง ร้อยละ 47.9 การสัมผัสสิ่งคุกคามด้านจิตสังคมจากการทำงาน ได้แก่ ได้รับเงินเดือนไม่เพียงพอจนเกิดความเครียด ร้อยละ 28.8 รองลงมาคือ การทำงานที่ต้องรับผิดชอบสูงทำให้เกิดความเครียดร้อยละ 23.3 และการทำงานที่เร่งรีบทำให้เกิดความเครียด ร้อยละ 23.3 และความสัมพันธ์ความเครียดในพนักงานหญิงตั้งครรภ์พบว่ามีความสัมพันธ์กับ อายุ สถานภาพสมรส การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความสัมพันธ์กับสามี ความตั้งใจมีบุตรของมารดา โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 พิจารณาตัวแปรจากการวิเคราะห์ Chi-Square Test ที่มีค่า p-value < 0.05 นำเข้ามาในโมเดลสถิติ Binary logistic regression พบว่าอายุมีความสัมพันธ์กับความเครียดในพนักงานหญิงตั้งครรภ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.001)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
รามาธิบดี. โรคเครียดจากการทำงาน [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 28 มีนาคม 2566]. เข้าถึงได้จากhttps://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/wp-content/uploads/2017/11/โรคเครียดจากการทำงาน6.jpg
นพ. โกวิทย์ นพพร. Mental Health ความเครียดสะสม เสี่ยงฆ่าตัวตาย [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 28 มีนาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/ความเครียดสะสม
Traylor CS, Johnson JD, Kimmel MC, Manuck TA. Effects of psychological stress on adverse pregnancy outcomes and nonpharmacologic approaches for reduction: an expert review. Am J Obstet Gynecol MFM. 2020;2(4):100229.
Cunningham FG, Leveno KJ, Dashe JS, Hoffman BL, Spong CY, Casey BM. Editors. Williams Obstetrics, 26e. New York, NY: McGraw Hill;2022;1142-51.
Mailloy G. Stress, pregnancy and workplace. Occup Health Nurs. 1984 :474-9.
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541. ราชกิจจานุเบกษา [อินเทอร์เน็ต]. 2541 [เข้าถึงเมื่อ 28 มีนาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2541/A/008/1.PDF
Daniel WW. Biostatics : A foundation for Analysis in the Health Sciences. 10th ed. New York : John Wiley & Sons;1999.
Takeuchi M, Rahman M, Ishiguro A, Nomura K. Long working hours and pregnancy complications women physicians survey in Japan. BMC Pregnancy Childb. 2014;14;1-8.
อรวรรณ ศิลปะกิจ. วัดความเครียดฉบับศรีธัญญา. ศูนย์เฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย [อินเทอร์เน็ต]. 2551 [เข้าถึงเมื่อ 29 มีนาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก https://suicide.dmh.go.th/abstract/details.asp?id=4996
Vittinghoff E, McCulloch CE. Relaxing the rule of ten events per variable in logistic and Cox regression. Am J Epidemiol. 2007;165(6):710-8.
อรทัย แซ่ตั้ง, จรรยา แก้วใจบุญ , ฐิติพร เรือนกุล. ความเครียดและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อความเครียดของหญิงตั้งครรภ์อายุมาก. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ. 2564;3(22):71-83.
Nakamura Y, Tsuno YS, Wada A, Nagasaka K, Kawajiri M, Takeishi Y, et al. Occupational stress is associated with job performance among pregnant women in Japan: comparison with similar age group of women. BMC Pregnancy Childb. 2022;22(1):1-8.
ทิพย์วรรณ บุณยาภรณ, ชุติกาญจน์ แซ่ตั้น. บทบาทพยาบาล: การจัดการความเครียดในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น.วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2560;4(3):271-81.
ขวัญตา บุญวาศ, ศศิธร คาพันธ์, ชุติกาญจน์ แซ่ต้ัน. ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความเครียดของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี. 2559;32(3):1-10.
Saur AM, Santos MA. Risk factors associated with stress symptoms during pregnancy and postpartum: integrative literature review. Women & Health. 2021;61(7):651-67.
Spagnoli P, Haynes NJ, Kovalchuk LS, Clark MA, Buono C, Balducci C. Workload, workaholism, and job performance: uncovering their complex relationship. Int J Environ Res Public Health. 2020;17(18):1-20.
Widowati R, Kundaryanti R, Julian DA, Raushanfikri A. Pregnancy and work stress: investigation of factors relating stress level of pregnant working women in Indonesia. Gac Sanit. 2021;35 (Suppl 1):S38-S41.
จรัส โชคสุวรรณกิจ, จุฑาไล ตันฑเทดธรรม, .ฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล, ฉันทนา ผดุงทศ, ธัญจิรา จิรนันทการญจน์, ธนษวัฒน์ ชัยสกุล และคณะ. ตำราอาชีวเวชศาสตร์. 2nd ed.กรุงเทพมหานคร;2561.
Hodgkinson S, Beers L, Southammakosane C, Lewin A. Addressing the mental health needs of pregnant and parenting adolescents. Pediatrics. 2014;133(1):114-22.
ศริณธร มังคะมณี, ศิริพร ชุดเจือจัน, ปิยวัชร ประมวลรัตน์. การศึกษาภาวะสุขภาพจิตของหญิงตั้งครรภ์ที่รับบริการฝากครรภ์ ณ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารการพยาบาลและการศึกษา2010;1(3):29-40.
สรณ สุวรรณเรืองศรี, โสเพ็ญ ชูนวล, วรางคณา ชัชเวช.ความสัมพันธ์ระหว่างการควบคุมตนเอง ความเครียดกับสมดุลชีวิตของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น.วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 2558;7:1-14.
ฉัตรจงกล ดุลยนิษกะ, จิรัชยา เจียวก๊ก, ชุนา สัตนารักษ์.ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของสตรีวัยรุ่นในจังหวัดพัทลุง. ใน: การประชุมหาดใหญ่ระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 8; วันที่ 22 มิถุนายน 2560; มหาวิทยาลัยหาดใหญ่; 2560. หน้า 740-54.