ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองให้กับสมาชิกในครอบครัว ของผู้สูบบุหรี่

Main Article Content

Ratchaneekorn Thongkorn
Nithra Kitreerawutiwong

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการหาความสัมพันธ์เชิงทำนาย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมการป้องกัน ควันบุหรี่มือสองของผู้สูบบุหรี่และปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันควันบุหรี่มือสองของผู้สูบบุหรี่ใน อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกคำนวนขนาดตัวอย่าง โดยใช้สูตรประมาณการณ์ค่าเฉลี่ย ได้ขนาดตัวอย่าง เป็นผู้สูบบุหรี่จำนวน 270 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ได้ข้อมูลกลับคืน จำนวน 211 คน คิดเป็น อัตราการได้รับแบบสอบถามกลับคืน ร้อยละ 78.15 เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จากแบบจำลอง PRECEDE วิเคราะห์ข้อมูล เชิงพรรณนาโดยใช้สถิติความถี่ และการวิเคราะห์ถดถอยทาง พหุคูณแบบขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 72.7 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา มากที่สุด ร้อยละ 56.9 มีระดับพฤติกรรมการป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองของผู้สูบบุหรี่มือสองภาพรวม อยู่ในระดับสูง ( = 25.52, S.D. = 6.03) และผลการวิเคราะห์ปัจจัยทำนาย พบว่า ปัจจัยเอื้อ (สิ่งแวดล้อม ข้อตกลงครอบครัวและการเข้าถึงบุหรี่) (B = 0.69) การรับรู้ความรุนแรงของโรคที่เกิดจากควันบุหรี่มือสอง (B = 0.45) และปัจจัยเสริม (การเสริมแรงจากครอบครัว เพื่อน และบุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข) (B = 0.21) โดยตัวแปรทั้ง 3 ตัว สามารถร่วมอธิบายพฤติกรรมการป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองให้กับ สมาชิกในครอบครัวของผู้สูบบุหรี่ได้ร้อยละ 38 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยมีขอ้ เสนอแนะใหบุ้คลากรสาธารณสุขควรสง่ เสริมการสรา้ งสิ่งแวดลอ้ มที่เอื้อตอ่ ปอ้ งกัน การสัมผัสควันบุหรี่มือสองให้กับสมาชิกในครอบครัว เช่น การจัดกิจกรรมแทรกแซงเกี่ยวกับบ้านปลอดบุหรี่ เป็นต้น การสร้างข้อตกลงครอบครัวและควบคุมการเข้าถึงบุหรี่ การเพิ่มการรับรู้ความรุนแรงของโรคที่เกิดจากควันบุหรี่มือสอง และการเสริมแรงจากครอบครัว เพื่อนและบุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข อันจะนำไปสู่การสร้างเสริมพฤติกรรมการป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองของผู้สูบบุหรี่

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Thongkorn, R., & Kitreerawutiwong, N. (2018). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองให้กับสมาชิกในครอบครัว ของผู้สูบบุหรี่. NU Journal of Nursing and Health Sciences, 12(1), 151–160. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/NurseNu/article/view/161603
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2557). DDC
WATCH จับตาโรคและภัยสุขภาพ. สืบค้นจาก
http://www.boe.moph.go.th/files/news/
20140729_18495804.pdf
นิภาวรรณ หมีทอง. (2551). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่เกี่ยวข้อง
กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักศึกษา
อาชีวศึกษาหญิงในเขต กรุงเทพมหานคร
(ปริญญานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต).
กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่. (2554). ผลักดันการ
รณรงค์ในระดับนโยบาย. สืบค้นจาก http://
www.ashthailand.or.th/th/about_page.
php?id=221
รุ่งราวี ทองกันยา และ สุนิดา ปรีชาวงษ์. (2557). ปัจจัย
ทำนายพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงการได้รับ
ควันบุหรี่มือสองของผู้ป่วยโรคเรื้อรังในกรุงเทพ
มหานคร. วารสารพยาบาลทหารบก, 15(2),
331-338.
วิภารัตน์ สุวรรณไวพัฒนะ, ฉัตรทอง จารุพิสิฐไพบูลย์,
และ อิสราวรรณ สนธิภูมาศ. (2556). ความสัมพันธ์
ระหว่างการสัมผัสควันบุหรี่มือสองในบ้านและ
การเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจของ
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี. วารสารการพยาบาลและ
การศึกษา, 6(2), 113-123.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
(2557). การได้รับควันบุหรี่มือสองจากสมาชิก
ภายในครอบครัว. ประชากรและการพัฒนา,
34(5), 1-12.
สนอง คล้ำฉิม. (2551). การรับรู้อันตรายจากควันบุหรี่
มือสองกับพฤติกรรมสุขภาพของครอบครัวที่
มีผู้สูบบุหรี่. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต
สาขาวิทยาการสังคมการจัดการระบบสุขภาพ
มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
(2557). ควันบุหรี่มือสอง :ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่
ได้สูบ. สืบค้นจาก http://resource.thaihealth.
or.th/library/15292
Ambrose, J. A., & Barua R. S. (2004). The
pathophysiology of cigarette smoking and
cardiovascular disease: An update. Journal of
the American College of Cardiology, 43(10),
1731-1737.
Babbie, E. (1990). Survey Research Methods. Belmont,
California: Wadsworth.
Bailey, K.D. (1987). Methods of Social Research. New
York: Free Press.
Blake, S. M., Murray, K. D., El-Khorazaty, M.
N., Gantz, M. G., Kiely, M., ….. Best, D.
(2009). Environmental tobacco smoke
avoidance among pregnant African-American
Nonsmokers. American Journal of Preventive
Medicine, 36(3), 225-234.
Center for Disease Control and Prevention. (2015).
Smoking and heart disease and stroke.
Retrieved from http://www.cdc.gov/tobacco/
campaign/tips/diseases/heart-disease-stroke.
html
Gharaibeh, H., Haddad, L., Alzyoud, S., El-Shahawy,
O., Abu Baker, N., & Umlauf, M. (2011).
Knowledge, attitudes, and behavior in avoiding
second hand smoke exposure among non-smoking
employed women with higher education in
Jordan. International Journal of Environmental
Research and Public Health, 8, 4207-4219.
Lin, P. L., Huang, H. L., Lu, K. Y., Chen, T., Lin, W.
T., Lee, C. H., & Hsu, H. M. (2010). Secondhand
smoke exposure and the factors associated
with avoidance behavior among the mothers of
pre-school children: a school-based crosssectional
study. BMC Public Health, 10. doi:
http://doi.org/10.1186/1471-2458-10-606
Mons, U., Mุezzinler, A., Gellert, C., Sch๖ttker, B.,
Abnet, C. C., Bobak, M., & et al. (2015). Impact
of smoking and smoking cessation on
cardiovascular events and mortality among older
adults: meta-analysis of individual participant
data from prospective cohort studies of the
CHANCES consortium. BMJ, 350, 1-12.
Paulo, D., Vit๓ria, P. D., Silva, S. A., & Vries, H. D.
(2011). Longitudinal evaluation of a smoking
prevention program for adolescents. Rev Sa๚de
P๚blica, 45(2), 1-11.
Pender, N. J., Murdaugh, C., & Parsons, M. A. (2011).
Health Promotion in Nursing Practice. Boston,
MA.: Pearson.
Samet, J. M. (2016). Second hand smoke exposure:
Effects in adults. Retrieved from http://
www.uptodate.com/contents/secondhandsmoke-
exposure-effects-in-adults
Tsai, C. H., Huang, J. H., Hwang, B. F., & Lee, Y. L.
(2010). Household environmental tobacco
smoke and risks of asthma, wheeze and
bronchitic symptoms among children in Taiwan.
Respiratory Research, 11(1). doi: doi: 10.1186/
1465-9921-11-11.