การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยและพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางตา

Main Article Content

Darunee Thumaya
Yuwayong Juntarawijit

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยและพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางตา กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รักษาและอาศัยอยู่ใน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 378 คนโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะแทรกซ้อนทางตา จำนวน 189 คน และกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางตา จำนวน 189 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนาและ Independent t-test พบว่า 1. ปัจจัยนำโดยรวมของผู้ป่วยเบาหวานที่มีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนอยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยเอื้อ ด้านโดยรวมของผู้ป่วยเบาหวานทั้งสองกลุ่มอยู่ในระดับบางครั้ง และปัจจัยเสริมโดยรวมของของผู้ป่วย เบาหวานทั้งสองกลุ่มอยู่ในระดับบ่อยครั้ง 2. พฤติกรรมสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยเบาหวานที่มีและไม่มีภาวะแทรกซ้อน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับ บางครั้ง 3. ปัจจัยนำและปัจจัยเสริมโดยรวมและรายด้านของผู้ป่วยเบาหวานที่มีและไม่มีภาวะแทรกซ้อน ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนปัจจัยเอื้อโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01) และเมื่อพิจารณา เป็นรายด้าน พบว่าแหล่งทรัพยากรและการเข้าถึงบริการของทั้งสองกลุ่มแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) 4. พฤติกรรมสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยเบาหวานที่มีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนไม่มีความแตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าพฤติกรรมสุขภาพด้านการจัดการความเครียดของผู้ป่วยเบาหวานทั้งสองกลุ่ม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Thumaya, D., & Juntarawijit, Y. (2018). การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยและพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางตา. NU Journal of Nursing and Health Sciences, 12(1), 128–138. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/NurseNu/article/view/161587
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณะพยาบาลศาสตร์ กาญจนบุรีมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น.
(2556). Knowledge Management. สืบค้นจาก
http://www.western.ac.th/westernnew/facult
yofwestern/fac_page.php?
จีรศักดิ์ เจริญพันธ์ และเฉลิมพล ตันสกุล. (2550).
พฤติกรรมสุขภาพ Health behavior (พิมพ์
ครั้งที่ 5). มหาสารคาม: คลังนาวิทยา.
นิติพล ภูตะโชติ. (2557). พฤติกรรมองค์การ Organizational
Behavior.กรุงเทพฯ: วี.พริ้นต์ (1991).
นุชรี อาบสุวรรณ และนิตยา พันธุเวทย์. (2557). ประเด็น
สารรณรงค์วันเบาหวานโลกปี 2557(ปีงบ
ประมาณ 2558). กรุงเทพฯ:สำนักโรคไม่ติดต่อ
กระทรวงสาธารณสุข.
นงนุช โอบะ. (2555). การสร้างเสริมสุขภาพและ
การป้องกันโรคเบาหวาน. พิษณุโลก: ดาวเงิน
การพิมพ์.
วิชัย เทียนถาวร. (บรรณาธิการ). ( 2556). ระบบการ
เฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน โรคเบาหวาน
ความดันโลหิตสูง ในประเทศไทย : นโยบาย
สู่การปฏิบัติ. (ม.ป.ท.).
สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2553).
แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันดูแลรักษา
ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน(ตาไต
เท้า).กรุงเทพฯ: โอ-วิทย์.
สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2555).
แนวทางการตรวจคัดกรองและดูแลรักษาโรค
เบาหวานเข้าจอประสาทตา. นนทบุรี: โรงพิมพ์
ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2556).
เอกสารข้อมูล:สถานการณ์โรคเบาหวาน/ความ
ดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนในประเทศ
ไทย Version 1.3. สืบค้นจาก http://www.dms.
moph.go.th/imrta/images/data/doc_dm_ht.pdf
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2554).
แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2554.
กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
(2559). ANNUAL REPORT 2015 รายงาน
ประจำปี 2558.นนทบุรี: โรงพิมพ์องค์การ
สงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.
สุพานี สฤษฎ์วานิช. (2552). พฤติกรรมองค์กรสมัยใหม่
: แนวคิดและทฤษฎี.(พิมพ์ครั้งที่ 2). ปทุมธานี:
โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เสาวคนธ์ แสงนวล. (2557). เอกสารการดำเนินงาน
ป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังปี 2557
เครือข่ายบริการสุขภาพ อำเภอหล่มสักจังหวัด
เพชรบูรณ์. เพชรบูรณ์: สำนักงานสาธารณสุข
จังหวัดเพชรบูรณ์. (ม.ป.ท.)
Green, L.W. and Kreuter, M.W. (2005). Health program
planning: An educational andecological
approach(4th ed.). Boston: MacGrawHill.
World Health Organization. (2015).Media centre:
Diabetes 2000-2012. Retrieved from http://www.
who.int/mediacentre/factsheets/fs312/en 1