การดูแลแบบประคับประคองในระบบสุขภาพระดับอำเภอ

Main Article Content

Nithra Kitreerawutiwong
Nithra Kitreerawutiwong
Sunsanee Mekrungrongwong
Orawan Keeratisiroj
Jariya Hangsuntea

บทคัดย่อ

แนวคิดเดิมของการดูแลแบบประคับประคองเริ่มขึ้นเมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ และทำการ รักษาหมดทุกกระบวนการแล้วไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ เป็นผู้ป่วยในระยะท้ายของชีวิต อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความหมายของการดูแลแบบประคับประคองครอบคลุมตั้งแต่เริ่มต้นของโรคจนถึงการจัดการหลักการ สูญเสีย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เพื่อให้ผู้ป่วยมีการปรับตัว บรรเทาความทุกข์ทรมาน และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ป่วย ทั้งโรงพยาบาล สถานที่ซึ่งจัดไว้สำหรับรองรับผู้ป่วย กลุ่มนี้โดยเฉพาะ หรือที่บ้านซึ่งต้องเชื่อมโยงการดูแลเพื่อให้เกิดการดูแลอย่างต่อเนื่อง หลักการดูแลแบบ ประคับประคอง คือ การเข้าถึงบริการ การวางแผน มีการเตรียมทีมงานในการค้นหาถึงความต้องการต่าง ๆ ของผู้ป่วยและครอบครัว การดูแลผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การดูแลแบบองค์รวม การประสานความร่วมมือกับ ระบบสนับสนุนทางด้านสุขภาพและสังคม และการดูแลต่อเนื่อง ทั้งนี้ในระบบสุขภาพอำเภอ รวมหน่วยงาน ทั้งภาคสาธารณสุข ภาคท้องถิ่น และภาคประชาชน ทำงานร่วมกันในการดูแลประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ การจัดบริการการดูแลแบบประคับประคองในระดับอำเภอมีการบูรณาการน้อย ดังนั้น การทำงานในระบบ สุขภาพอำเภอควรดำเนินการในรูปแบบเครือข่ายด้วยการนำหลักการดูแลแบบประคับประคองมาใช้ร่วมกับ แนวคิดองค์ประกอบของระบบสุขภาพ 6 ด้านมาใช้ในการวางแผนเพื่อให้บริการการดูแลแบบประคับประคอง แบบไร้รอยต่อ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Kitreerawutiwong, N., Kitreerawutiwong, N., Mekrungrongwong, S., Keeratisiroj, O., & Hangsuntea, J. (2018). การดูแลแบบประคับประคองในระบบสุขภาพระดับอำเภอ. NU Journal of Nursing and Health Sciences, 12(1S), 1–12. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/NurseNu/article/view/154388
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี. (2556). Palliative Care ในประเทศไทย
และเครือข่าย Palliative Care ในโรงเรียนแพทย์.
ใน บุษยามาส ชีวสกุลยง (บรรณาธิการ),
การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (พิมพ์
ครั้งที่ 1,หน้า 1-12). เชียงใหม่: บริษัทกลางเวียง
การพิมพ์ จำกัด.
โรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.
(2551). แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาแบบ
ประคับประคอง. กรุงเทพฯ: บริษัท สินทวีการ
พิมพ์ จำกัด.
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2557). แนวทาง
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย.นนทบุรี: กระทรวง
สาธารณสุข.
กระทรวงสาธารณสุข. (2560). แนวทางการดำเนินงาน
คลินิกหมอครอบครัวสำหรับหน่วยบริการ.
นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
จอนผะจง เพ็งจาด. (2557). บทบาทพยาบาลในการดูแล
แบบประคับประคอง.วารสารวิทยาลัยพยาบาล
บรมรานี กรุงเทพ, 30(1), 100-109.
ทัศนีย์ ทองประทีป. (2549). จิตวิญญาณ: มิติหนึ่งของ
การพยาบาล. กรุงเทพฯ: บุญศิริการพิมพ์.
นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ และวุฒิชัย จริยา. (2558). การดำเนิน
การระบบบริการสุขภาพระดับอำเภอภายใต้
กรอบแนวคิดการสาธารณสุขมูลฐาน. วารสาร
การพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 33(3), 6-16.
พัชระกรพจน์ ศรีประสาร, วรธิดา มาศเกษม, และอนงค์
ดิษฐสังข์. (2558). การดูแลผู้ป่วยแบบประคับ
ประคองที่บ้าน : ความท้าทายในบทบาทของ
พยาบาลสาธารณสุข. วารสารพยาบาลสาธารณสุข,
29(2), 98-109.
พิไลพร สุขเจริญ และวาสินี วิเศษฤทธิ์. (2557).
ระบบบริการพยาบาลแบบประคับประคองใน
โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. วารสารเกื้อการุณย์,
21(Supplement), 155-167.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2558).
สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ:
บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด
(มหาชน).
วัลภา คุณทรงเกียรติ. (2553). การดูแลแบบ
ประคับประคองในผู้ป่วยภาวะวิกฤตระยะ
สุดท้าย: บทบาทที่ท้าทายของพยาบาล. วารสาร
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา,
18(2), 1-7.
ศศิธร ธนะภพ และ รพีพร ขวัญเชื้อ. (2558). ความจำเป็น
ของการดูแลแบบประคับประคองในชุมชนของ
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะท้าย: กรณีศึกษาเครือข่าย
บริการปฐมภูมิแห่งหนึ่ง. วารสารสาธารณสุข
ศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 10(2), 13-25.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2558).
คู่มือการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะสุดท้ายแบบ
ประคับประคอง สำหรับทีมหมอครอบครัว.
นนทบุรี: บริษัทสร้างสื่อจำกัด.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2559).
คู่มือระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข
สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ (Long
term care) ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ปีงบประมาณ 2559. นนทบุรี: สำนักงาน
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.
สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุข. (2557). ทีมหมอครอบครัว.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร
แห่งประเทศไทย จำกัด.
Aapro, M. S. (2012). Supportive care and palliative
care: a time for unity in diversity. Annals of
Oncology, 23,1931-1934.
Abbey, J., Froggatt, K. A., Parker, D., & Abbey, B.
(2006). Palliative care in long-term care: a
system in change. International Journal Older
People Nursing, 1(1), 56-63.
Constand, M. K., MacDermid, J. C., Bello-Haas. V.D.,
& Law, M. (2014). Scoping review of patientcentered
care approaches in healthcare. BMC
Health Services Research, 14(271). doi:
10.1186/1472-6963-14-271
Effiong, A., & Effiong, A. I. (2012). Palliative care for
the management of chronic illness: a systematic
review study protocol.. BMJ Open 2012;
2:e000899. doi:10.1136/bmjopen-2012-000899
Fassier, T., Lautrette, A., & Ciroldi, M. (2005). Care at
the end of life in critically ill patients: the
European perspective. Current Opinion Critical
Care, 11(6), 616-623.
Fowler, R., & Hammer, M. (2013). End-of-Life Care in
Canada. Clinical Invesmentt Medicine, 36(3),
E127-E132.
Lamont, E. B. (2005). A demographic and prognostic
approach to defining the end of life. Journal of
Palliative Medicine, 8(Suppl 1), S12-S21.
Meghani, S. H. (2004). A concept analysis of palliative
care in the United States. Journal of Advance
Nursing, 46(2), 152-161.
Mularski, R. A., Dy, S. M., Shugarman, L. R.,
Wilkinson, A. M., Lynn, J., & Shekelle, P. G.
(2007). A Systematic Review of Measures of
End-of-Life Care and Its Outcomes. Health
Services Research, 42(5), 1848-1870.
National Cancer Institute. (2015). Dictionary of Cancer
Terms. Retrieved 10 December, 2016, from
http://www.cancer.gov/Templates/
db_alpha.aspx?CdrIDผ 46609
National Hospice Organization. (1993). Standard of a
hospice program of care. Arlington VA:
National Hospice Organization.
Sharma, J. (2013). Chronic disease management in the
South-East Asia Region: a need to do more.
WHO South-East Asia Journal of Public Health,
2(2), 79-82.
World Health Organization. (2007). Everybody’s
business: Strengthening health systems to
improve health outcomes. WHO’s framework
for action. Geneva: World Health Organization.
World Health Organization. (2010). Global status report
on non-communicable diseases. Geneva: World
Health Organization.
World Health Organization. (2016a). Planning and
implementing palliative care services: a guide
for programme managers. Geneva: World
Health Organization.
World Health Organization. (2016b). WHO Definition
of Palliative Care. Retrieved 23 September,
2016, from http://www.who.int/cancer/palliative/
definition/en/
Worldwide Palliative Care Alliance. (2014). Global atlas
on palliative care at the end of life. London:
World Hospice and Palliative Care Alliance.