ผลของโปรแกรมสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมในการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยโรคหืดที่ควบคุมไม่ได้
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่ม วัดก่อนและหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสนับสนุน และให้ความรู้ต่อพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคหืดที่ควบคุมไม่ได้กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคหืด ที่ควบคุมอาการไม่ได้โรงพยาบาลพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ 60 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน และกลุ่มควบคุม 30 คน กลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมสนับสนุนและให้ความรู้ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นตามกรอบแนวคิดของโอเร็มประกอบด้วยการสอน ชี้แนะ สนับสนุน และการปรับพฤติกรรม ในการสร้างสิ่งแวดล้อม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ ในการทดลองคือโปรแกรมสนับสนุนและให้ความรู้เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม ข้อมูลทั่วไป วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานแบบสอบถามพฤติกรรม ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคหืดมีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคเท่ากับ 0.80 และทดสอบ สถิติโดยใช้ paired t-test และ Independent t-test ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเอง หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และค่าเฉลี่ยพฤติกรรมในการดูแลตนเองหลังการทดลองของ กลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมในการดูแล ตนเอง ของผู้ป่วยโรคหืดที่ควบคุมไม่ได้ สามารถทำให้ผู้ป่วยโรคหืดมีพฤติกรรมในการดูแลตนเองดีขึ้น และสามารถ นำไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคหืดต่อไปได้
Article Details
เอกสารอ้างอิง
รู้และการสนับสนุนต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง
และอาการปวดของผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่าง
เรื้อรัง.วารสารการพยาบาลและสุขภาพ, 6(2),
99-109.
เขตสุขภาพที่ 2. (2559). อัตราการใช้บริการผู้ป่วยใน
โรคหืด สิทธิ UC.สืบค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม
2559,จาก http://r2dc.rh2.go.th/r2dc/web/qof/
changwat?kpi_id=qof_0005&rep_year=2016.
งานเวชระเบียนโรงพยาบาลพิชัย.(2558). สรุปผล
การดำเนินงานโรงพยาบาลประจำปี.อุตรดิตถ์:
โรงพยาบาลพิชัย.
นันนภัส พีระพฤฒิพงค์. (2555). ผลของโปรแกรม
การจัดการการดูแลตนเองต่อความรู้ กิจกรรม
การดูแลตนเอง และค่าฮีโมโกลบินที่มีน้ำตาล
เกาะ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารสมาคม
พยาบาลฯสาขาภาตะวันออกเฉียงเหนือ, 30(2),
98-105.
บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. (2553).ระเบียบวิธีการวิจัยทาง
การพยาบาลศาสตร์พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ:
ยูแอนด์ ไอ อินเตอร์มีเดีย.
ปรียานุช ศิริมัย, จุฬาภรณ์สิมวัฒนานนท์, และวัชรา
บุญสวัสดิ์. (2550). คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหืด
ที่เป็นผู้ใหญ่. วารสารแพทย์เขต6-7, 26(1),81.
รังสิมา รัตนะศิลา. (2558). ผลของโปรแกรมการจัดการ
ผู้ป่วยรายกรณีผู้สูงอายุโรคเบาหวานที่ควบคุม
ไม่ได้.วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 29(1), 68 -79.
วัชรา บุญสวัสดิ์. (2556). ผลกระทบของโรคหืดต่อระบบ
สาธารณสุข. ใน สมบูรณ์ จันทร์สกุลพร,
เบญจมาศ ช่วยชู, อรพรรณ โพชนุกูล,และ
ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ (บรรณาธิการ), ตำรา
โรคหืด(หน้า 1-5). กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
วิริสสร วงศ์ศรีชนาลัย, และอดิศร วงษา. (2556). ภาวะหืด
เฉียบพลันในผู้ใหญ่. ในสมบูรณ์ จันทร์สกุลพร,
เบญจมาศ ช่วยชู, อรพรรณ โพชนุกูล,และ
ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ (บรรรณาธิการ), ตำรา
โรคหืด (หน้า 159-173). กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
สมจิต หนุเจริญกุล. (2540). การดูแลตนเอง: ศาสตร์และ
ศิลปะทางการพยาบาลพิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพ:
ห้างหุ่นส่วนจำกัด วี.เจ. พริ้นติ้ง.
สมพร มีมะโม. (2553). คุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคหืดใน
คลินิกโรคหืดโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก.
พุทธชินราชเวชสาร,27 (ฉบับเพิ่มเติม), 371.
สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย. (2555).
แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดใน
ประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก พ.ศ.2555
พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: โรงพิมพ์ ยูเนียนอุตร
ไวโอเร็ตจำกัด.
สารภี พุฒคง. (2554). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
พฤติกรรมการดูแลตนเองในการใช้ยาและ
การรับรู้การควบคุมโรคหืดของผู้สูงอายุโรคหืด.
รามาธิบดีพยาบาลสาร,17(3), 309-327.
สำนักโครงการสนับสนุนนโยบายโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล (2554) .การพัฒนาระบบการดูแล
โรคหืดเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิระดับ
อำเภอ (CUP) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบล พิมพ์ครั้งที่ 1. เพชรบูรณ์:บริษัท บูเลติน
จำกัด.
อมรรัตน์ สมมิตร. (2554). ผลของโปรแกรมการพยาบาล
แบบระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความ
สามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยภาวะหัวใจ
ล้มเหลว.วารสารการพยาบาลและสุขภาพ,5(2),
55-66.
Altay, N., & Cavusoglu, H.(2013). Using Orem’s self -
care model for asthmatic adolescents.
Journal for Specialists in Pediatric Nursing,
18,233-242.
Global Asthma Report.(2014). The global Burden
of Asthma: Current Estimates.Retrieved 12
November 12 2015from http://www. globalas
thmareport.org/burden.php.df